แหล่งเรียนออนไลน์ระดับสากลสำหรับการพัฒนาศักยภาพ (International Learning Platforms)

ประเด็นสำคัญ
  • การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ในระดับสากลจะทำให้เราได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษไปในตัว และเพิ่มศักยภาพด้านภาษาที่ทำให้เราพร้อมทำงานในระดับสากลได้อย่างดีเยี่ยม
  • การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ในระดับสากลจะทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก, ศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียง, ไปจนถึงองค์กรที่ประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ต้องเดินทางบินไปเรียนถึงต่างประเทศ และประหยัดค่าใช้จ่าย
  • การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ในระดับสากลจะทำให้เราก้าวตามเทคโนโลยีได้ทัน เพราะเป็นความรู้ที่ทันสมัย ก้าวหน้า และอัพเดท

ข้อดีของโลกไร้พรมแดนอีกอย่างก็คือทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม และมีแหล่งเรียนรู้มากมายทั้งในระดับประเทศและระดับสากลที่ให้เราสามารถเลือกเรียนรู้ตลอดจนพัฒนาตนเองได้ตามความต้องการ แหล่งเรียนรู้ต่างๆ นั้นมีทั้งแบบเสียค่าบริการไปจนถึงให้บริการฟรี ทำให้ทุกคนมีสิทธิในการเปิดโลกที่เป็นอิสระแถมยังค่าใช้จ่ายน้อยลงอีกด้วย เมื่อก่อนหากเราอยากจะเรียนคอร์สต่างประเทศดีๆ ก็ต้องบินไปเรียนถึงถิ่น แต่เดี๋ยวนี้อยู่ที่บ้านเราก็สามารถเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดายแล้ว

วันนี้เราหยิบเอาแหล่งเรียนรู้ระดับสากล (International Learning Platforms) ที่ได้รับความนิยมเอามาฝากกัน องค์กร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนพนักงานเองก็สามารถใช้แหล่งเรียนรู้เหล่านี้ในการนำมาพัฒนาตนเองได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาสากลด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและเข้าใจข้อมูลได้ยิ่งขึ้น สามารถสกัดนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล

แหล่งเรียนออนไลน์ระดับสากลสำหรับการพัฒนาศักยภาพ (International Learning Platforms)

ปัจจุบันมีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ตั้งแต่แหล่งเรียนรู้เชิงวิชาการ, แหล่งเรียนรู้เชิงวิชาชีพ, แหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์ชีวิต, ไปจนถึงแหล่งเรียนรู้เชิงงานอดิเรก ให้ได้เรียนรู้กันตามความต้องการ

edX

edX นั้นเป็นโครงการ MOOC ที่ถือกำเนิดที่แรกในโลกเลยก็ว่าได้และเป็นต้นแบบของ MOOC ในหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะ MOOC ที่ผลิตโดยมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบัน edX นั้นถือเป็น MOOC ที่โด่งดังที่สุดและเป็นที่นิยมที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ แหล่งเรียนรู้นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2012 โดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ MIT อันเป็นสองสถานบันการศึกษาชั้นนำของโลกนั่นเอง โดยก่อตั้ง MOOC ขึ้นในลักษณะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้บริการกับประชาชนทั่วโลก สำหรับในปัจจุบันนั้นมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเข้าร่วมเป็นพันธมิตรอีกมากมาย อาทิ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley), มหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) เป็นต้น ซึ่ง edX นี้ให้บริการการเรียนการสอนแบบออนไลน์มากมายโดยเน้นการศึกษาในระดับคุณภาพสูง มีคอร์สวิชาจริงจัง มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญคอยสอนและดูแล ที่สำคัญเปิดให้เรียนได้ฟรี

MOOC คืออะไร

MOOC เป็นคำย่อที่มาจากคำว่า Massive Open Online Courses ที่หมายถึง การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ที่รองรับผู้เรียนจำนวนมาก ไม่มีข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติใดๆ ของผู้เรียน เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่ไหนก็ได้ทั่วโลกตามความต้องการ สามารถเรียนรู้ได้ผ่านทุกอุปกรณ์ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, วิดีโอ, ไปจนถึงสมาร์ทโฟน ที่สำคัญมีตารางเรียนชัดเจน มักเป็นคอร์สระยะยาว และมีแบบฝึกหัดให้ฝึกหลังการเรียนแต่ละครั้งอีกด้วย

การเรียนในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกที่ลุกขึ้นมาทำคอร์สออนไลน์เผยแพร่ความรู้ ซึ่งมันจะต่างจาก E-Learning ตรงที่เป็นคอร์สสาธารณะ ไม่มีการคัดกรองผู้เรียน และที่สำคัญมักเปิดให้เรียนฟรี เพื่อเป็นช่องทางที่มหาวิทยาลัยจะสร้างประโยชน์ให้สังคมนั่นเอง โดยใน MOOC ของแต่ละแหล่งต่างก็มีความรู้มากมายหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยทั่วโลกให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีผู้ที่สนใจเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ มากมายอีกด้วย แล้วทุกวันนี้มีเว็บไซต์ในลักษณะ MOOC นี้ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมากมายไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง เลยทีเดียว

COURSERA

ถ้าพูดถึง MOOC ที่เป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรหรือเพื่อทำการค้าที่โด่งดังอันดับต้นๆ ของโลกนั้นคงต้องยกให้กับ COURSERA ซึ่งแหล่งเรียนรู้นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2012 โดย Andrew Ng และ Daphne Koller สองศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) นั่นเอง ถึงแม้จะเป็นองค์กรเอกชนแต่ก็จับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยดังๆ มากมายรวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายบริษัทเพื่อจัดทำคอร์สออนไลน์ที่เป็นประโยชน์และเฉพาะทาง สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง พัฒนาศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอร์สออนไลน์นั้นมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ตั้แต่ ศิลปะ, ธุรกิจ, มนุษย์ศาสตร์, ภาษาศาสตร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์, การตลาดดิจิตอล, วิศวกรรมศาสตร์, ไปจนถึง วิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ

Udemy

Udemy นั้นเป็นแหล่งเรียนรู้แบบออนไลน์ที่มาในคอนเซ็ปต์ The Academy of You และถือเป็นอีกหนึ่ง MOOC ที่สำคัญของโลก โดยเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดผู้สอนโดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคลากรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่จะเป็นใครก็ได้รวมถึงพนักงานองค์กรที่มีชื่อเสียง ตลอดจนเจ้าของตำรับวิชามากมาย Udemy นั้นเริ่มเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ.2010 ปัจจุบันมีผู้เรียนมากมายทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน มีผู้สอนมากกว่า 50,000 คน ที่มาจาก 190 ประเทศทั่วโลกเป็นอย่างต่ำ และมีคอร์สออนไลน์ไว้บริการไม่ตำกว่า 130,000 คอร์สเลยทีเดียว และนั่นทำให้ Udemy ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้เลยทีเดียว

Udemy นั้นมีบริการในหลากหลายประเทศทั่วโลกแล้วก็รวมถึงประเทศไทยด้วย มีการแปลข้อมูลเป็นภาษาไทยให้อ่านง่าย รวมถึงมีการแปลและพากษ์เสียงภาษาไทยสำหรับคอร์สที่ใช้ภาษาต่างประเทศต่างๆ เพื่อให้คนไทยฟังได้เข้าใจง่ายขึ้นอีกด้วย ภายใน Udemy นั้นมีคอร์สเรียนมากมาย ไม่จำกัดผู้เรียน ไม่จำกัดคุณลักษณะ และไม่จำกัดวิธีการเรียนรู้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ทาง Udemy ยังเพิ่มบริการในส่วนของ Udemy for Business ที่รองรับแหล่งเรียนรู้สำหรับการพัฒนาทักษะการทำงานเพื่อองค์กรแต่ละองค์กรอย่างเฉพาะเจาะจงอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับวัยทำงานอย่างแท้จริง และได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำระดับโลกเป็นอย่างมากด้วย

Udacity

Udacity นั้นเป็นอีก MOOC ที่ได้รับความนิยมและถือเป็นหนึ่งใน MOOC หลักของโลกในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แหล่งเรียนรู้นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.2011 จากโปรเจกต์ทดลองของ Sebastian Thrun, David Stavens และ Mike Sokolsky ในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ที่นำเสนอคอร์สเรียนออนไลน์ Introduction to Artificial Intelligence เปิดให้เรียนฟรี ซึ่งมีนักเรียนที่สนใจกว่า 160,000 คน จาก 190 ประเทศทั่วโลก เลยทีเดียว หลังจากนั้น Udacity ก็เลยเติบโตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มแรกนั้นแหล่งเรียนรู้นี้โฟกัสไปที่การเรียนการสอนในแบบมหาวิทยาลัย แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของตัวเองให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นการเรียนการสอนเชิงวิชาชีพในลักษณะอาชีวะแทน ซึ่งจะมีการสอนเชิงปฎิบัติการผ่านระบบออนไลน์ด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยี, คอมพิวเตอร์, การเขียนโปรแกรม, ไปจนถึงเรื่องปัญญาประดิษฐ์ จะเป็นคอร์สที่โดดเด่นมากๆ เหมาะสำหรับคนที่ทำงานสาย IT ตลอดจนเทคโนโลยีทั้งหลายที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของตน หรือผู้ที่สนใจจะหาความรู้เพิ่มเติมในสายงานนี้

Peer 2 Peer University (P2PU)

P2PU ได้รับจัดหมวดหมู่ในอยู่ใน MOOC เช่นกันแต่ลักษณะของการเรียนการสอนอาจต่างจาก MOOC ทั่วไปอยู่บ้าง ชื่อของ P2PU นั้นบ่งบอกตัวตนของแหล่งเรียนรู้นี้ได้ชัดเจนว่าเป็นการแชร์ความรู้แบบ “เพื่อนสอนเพื่อน” ซึ่งทาง P2PU ต้องการสร้างการเรียนรู้ในลักษณะของ Learning Circles ที่ให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้และให้ความรู้ไปได้พร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นวงจรการศึกษาที่สมบูรณ์ในตัวมันเอง สำหรับ P2PU นั้นเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2009 โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Hewlett Foundation และ Shuttleworth Foundation นั่นเอง

ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาเรียนรู้ใน P2PU ได้อย่างอิสระ และในขณะเดียวกันทุกคนก็สามารถที่จะสร้างคอร์สการเรียนรู้เป็นของตนเองเพื่อแชร์ความรู้ให้กับผู้อื่นเข้ามาร่วมเรียนได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัยที่ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคน ลักษณะคอร์สออนไลน์ของที่นี่อาจจะไม่ได้เป็นคอร์สเรียนที่จริงจังแบบที่ MOOC ส่วนใหญ่เป็น แต่ก็มีคอร์สที่น่าสนใจมากมายที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของผู้คนทั่วไป บางเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดจากการนำเอาประสบการณ์ของตนเองมาสร้างเป็นคอร์สเรียนที่ไม่มีหลักสูตรที่ไหนสอน และสิ่งสำคัญของ P2PU ก็คือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างคนธรรมดาด้วยกัน อาจไม่รู้สึกเกร็งหรือเครียดเท่ากับการเรียนกับผู้สอนที่มีสถานะเป็นอาจารย์ เป็นต้น

FutureLearn

FutureLearn เป็น MOOC จากฝั่งอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2012 โดย The Open University (OU) ที่จับมือกับอีกหลายมหาวิทยาลัยร่วมกันสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ขึ้นเพื่อเปิดบริการให้คนทั่วโลกได้เข้าถึงความรู้ได้ฟรี คอร์สใน FutureLearn นั้นมีมากมายเช่นเดียวกับ MOOC ที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก สอนและดูแลโดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิตลอดจนผู้เชี่ยวชาญมากมาย และทาง FutureLearn ก็ยังบอกด้วยว่าที่นี่เป็นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตนให้เป็นระดับผู้เชี่ยวชาญขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่ทำงานแล้วแล้วต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง

LinkedIn Learning

LinkedIn Learning เป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่กำลังโด่งดังโดยเฉพาะในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่ที่ใช้งาน LinkedIn ในการสร้างโปรไฟล์และสมัครงาน ซึ่ง LinkedIn เป็น Social Media สำหรับสร้างเครือข่ายคนทำงานอันดับหนึ่งของโลกที่มีคนเก่งมีความสามารถอยู่ในเครือข่าย Social Media นี้มากมาย แน่นอนว่า LinkedIn Learning เป็นหนึ่งในโปรดักส์ของ LinkedIn ที่มุ่งเน้นในการเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองโดยเฉพาะ

LinkedIn นั้นเริ่มเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ.2003 สำหรับ LinkedIn Learning นั้นเริ่มให้บริการในปี ค.ศ.2017 แต่อันที่จริงแล้วเป็นการเข้าซื้อกิจการของแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ Lynda.com ที่ก่อตั้งโดย Lynda Weinman ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 แล้ว โดยหลังจากเข้าควบกิจการก็ปรับเปลี่ยนจาก Lynda.com เป็น LinkedIn Learning และเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ในนาม LinkedIn Learning นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน แล้วในปี ค.ศ.2016 ทาง Microsoft ก็เข้ามาซื้อ LinkedIn อีกที นั่นทำให้ LinkedIn Learning ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมในการสร้างการเรียนรู้ออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์สำหรับคนทำงานที่ยอดเยี่ยมทีเดียว โดยคอร์สใน LinkedIn Learning นั้นมีบริการหลากหลายรูปแบบมาก คอร์สที่โดดเด่นก็อย่างเช่น Online Marketing, Digital Content ไปจนถึงคอร์สด้าน Tech ต่างๆ เป็นต้น

Idea Sharing

หลายคนอาจจะรู้จัก TED TALK กันเป็นอย่างดี ซึ่ง TED.com นั้นรวบรวมเอา TED TALK ดีมากมายมาไว้ที่นี่ อันที่จริงแล้ว TED.com นั้นไม่ได้เป็น Online Learning Platform ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ข้อมูลและมีการสอนคอร์สต่างๆ แต่ TED.com นั้นเป็นองค์ความรู้เชิงบรรยายที่เป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้มากมาย รวมถึงสร้างให้เรามีความรู้ทั่วไปที่ดี และได้รับการแชร์ความรู้จากมุมมองคนอื่นๆ ด้วย ที่หยิบ TED.com มาแนะนำนี้ก็เพราะนี่เป็นแหล่งที่คนอยากพัฒนาศักยภาพตนเองควรเข้าไปเพิ่มเติมความรู้ตลอดจนทัศนคติจากคนหลากหลายรูปแบบทั่วโลก เพื่อที่จะช่วยเพิ่มมุมมองที่หลากหลาย ความคิดเห็นที่หลากแง่มุม และเป็นการอัพเดทข่าวสารต่างๆ วิทยาการต่างๆ ตลอดจนเทรนด์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับชีวิตและการทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมถึงสามารถต่อยอดไปยังสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย

คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ออนไลน์ในระดับสากล

แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ระดับสากลนั้นมีอยู่มากมายซึ่งเราสามารถใช้เป็นแหล่งในการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้นได้เช่นกัน และทุกคนก็มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมด้วย ทั้งยังสามารถเลือกเรียนได้ตามความสะดวกของแต่ละคน หากเราได้เรียนรู้จากแหล่งออนไลน์ระดับสากลแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับนั้นอาจมีคุณค่ามากมายดังนี้

  • ได้เรียนรู้จากองค์ความรู้ในระดับนานาชาติที่ไร้ขอบเขต : ได้เรียนรู้จากคนต่างวัฒนธรรม ต่างความคิด ได้เรียนรู้องค์ความรู้ในระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ สามารถนำมาปรับใช้การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ได้เรียนรู้จากสถาบันชั้นนำของโลก : ได้เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ไปจนถึงศาสตราจารย์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยที่ไม่ต้องเสียเงินบินไปเรียนถึงต่างประเทศ สามารถเรียนรู้ได้ที่บ้านด้วยตนเอง และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
  • ได้เรียนรู้จากบริษัทชั้นนำของโลก : หลายแหล่งเรียนรู้ก็มีองค์ความรู้ในนามองค์กรให้เรียนรู้เช่นกัน เป็นการที่จะคัดสรรคนเก่งๆ ในองค์กรที่ประสบความสำเร็จของโลกมาถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ตรงจริงๆ ให้ เป็นการเรียนรู้จากการทำงานจริง และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงกับการทำงานได้ด้วย
  • มีโอกาสได้พัฒนาตนเองไปทำงานต่างประเทศ : หากเราพัฒนาองค์ความรู้ระดับสากล เราก็สามารถที่จะนำไปต่อยอดในการทำงานที่ต่างประเทศได้ เพิ่มโอกาสในการทำงานระดับสากลได้ด้วย ทำให้ตลาดงานของเรากว้างขึ้น มีโอกาสพัฒนาตนเองได้ในระดับสากลจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลก
  • ปรับฐานเงินเดือนให้เพิ่มขึ้นได้ : การพัฒนาตนเองตลอดจนเรียนรู้ในระดับสากลนี้สามารถนำมาปรับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นได้ เพราะแต่ละที่ต่างก็มีใบประกาศให้ด้วย สามารถนำมาใช้ปรับฐานเงินเดือนกับบริษัทที่เปิดรับหลักฐานเหล่านี้ในการปรับฐานเงินเดือน หรือในอีกทางหนึ่งหากเราขยับขยายไปทำงานต่างประเทศเราก็อาจได้รับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นได้ เป็นการสร้างโอกาสทางรายได้ที่ดีทีเดียว
  • มีโอกาสได้เพื่อนร่วมงานจากต่างชาติเพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานให้กว้างขึ้น : การเรียนรู้บางแหล่งเป็นการเชื่อมสังคมสร้างเครือข่ายกัน หากเราเข้าร่วมในระดับสากลเราจะสามารถสร้างเครือข่ายนานาชาติเพิ่มขึ้นได้ หรือหากเราได้ไปทำงานต่างประเทศก็จะทำให้เรารู้จักคนต่างชาติมากขึ้น ได้เพื่อนต่างชาติที่ช่วยสร้างเครือข่ายการทำงานในระดับสากลได้เป็นอย่างดี
  • ได้ฝึกภาษาอังกฤษ : โดยส่วนใหญ่การเรียนรู้ในระดับสากลจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก การที่เราพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้ทางออนไลน์ในระดับสากลนั้นจะทำให้เราได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษไปในตัว เพิ่มทักษะทางด้านภาษาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพตนเองให้พร้อมสู่ตลาดสากลด้วย
  • ก้าวตามเทคโนโลยีได้ทัน : ต่างประเทศมักจะมีการคิดค้น สร้างนวัตกรรม ตลอดจนมีการพัฒนาความรู้ในด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา หากเราเรียนรู้จากแหล่งสากลโดยตรงจะทำให้เราก้าวทันเทคโนโลยีได้ทันท่วงที อัพเดทสิ่งใหม่ๆ ได้ก่อนใคร และนำมาปรับใช้ได้ก่อนคนอื่น รวมถึงยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ก้าวหน้า ทันสมัย และสอนทักษะให้เราได้รู้ทันตามการพัฒนาของโลกอีกด้วย

บทสรุป

โลกไร้พรมแดนนั้นทำให้การสื่อสารเชื่อมต่อกันทั่วโลก และเป็นประโยชน์อย่างมากมายในการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด ทุกวันนี้มีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์มากมายที่เราสามารถเรียนรู้องค์ความรู้ได้จากทั่วโลกโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหน และเรียนรู้ได้สะดวกสบายในทุกเวลา ทุกสถานที่ ตามความสะดวกของเราเอง เราสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพของตนได้จากแหล่งเรียนรู้เหล่านี้ เพื่อนำมาปรับใช้กับการทำงานได้โดยตรง สร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น หรือเราอาจจะพัฒนาตนเองไปในทิศทางใหม่ๆ การเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เราสนใจเพิ่มเติม เพื่อที่จะสร้างศักยภาพใหม่ๆ หรือเพิ่มเติมความสามารถของเราให้มีหลากหลายด้านมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ที่จะเป็นแต้มต่อในตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ซึ่งนั่นจะช่วยเสริมสร้างให้เราเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพของโลก และพร้อมที่จะเป็นแรงงานระดับสากลที่มีศักยภาพ เพิ่มโอกาสในชีวิตได้อีกหลากหลายอย่างเลยทีเดียว

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!