เปลี่ยนออฟฟิศสู่ยุคดิจิตอล ปรับการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานสู่ระบบออนไลน์

ประเด็นสำคัญ
  • ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์ (Online Time Attendance Management) ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในองค์กรสามารถบันทึกเวลาทำงานที่ไหนก็ได้ และช่วยให้ฝ่ายบุคคลทำงานได้ง่ายขึ้นโดยนำข้อมูลมาจากฐานข้อมูลกลางเพียงแหล่งเดียว
  • ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์ (Online Time Attendance Management) จะทำให้เกิดการประมวลผลแบบ Real Time และสามารถประมวลผลได้หลากหลายรูปแบบ ชัดเจน แม่นยำ ว่องไว้
  • ในเมืองไทยเริ่มมีบริษัทที่เปิดให้บริการระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์ (Online Time Attendance Management) หลากหลายแห่งแล้ว ซึ่งแต่ละแห่งก็มีคุณสมบัติที่ดีต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กรด้วยนั่นเอง

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลจากการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานของพนักงานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อีกหลายด้านอยู่ แต่จะทำอย่างไรดีเมื่อวิถีการทำงานยุคนี้เริ่มปรับเปลี่ยนสู่วิถีดิจิตอลที่ข้อมูลนั้นแม่นยำ รวดเร็ว ว่องไว แถมเชื่อมโยงได้ง่ายดาย และสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิตเราในหลายๆ ด้าน หนึ่งในสิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองสู่การเป็น HR ยุค 4.0 ที่จะเอื้อประโยชน์ให้ออฟฟิศยุคใหม่ได้มหาศาลก็คือการปรับระบบฐานข้อมูลสู่ระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อกันได้กับฐานข้อมูลกลางอย่างระบบคลาวด์ (Cloud System) แล้วอีกหนึ่งอย่างที่โลกแห่งการทำงานทุกวันนี้กำลังเปลี่ยนไปก็คือการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับบุคลากร โดยเฉพาะเทรนด์ล้ำสมัยที่กำลังมาอย่างระบบการเช็คเวลาเข้า-ออกงานแบบออนไลน์ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายตั้งแต่พนักงานยันฝ่าย HR กันเลยทีเดียว มาลองดูกันดีกว่าว่าระบบที่กำลังน่าสนใจนี้เป็นอย่างไร และเริ่มมีบริการไหนที่น่าสนใจที่ให้บริการในเมืองไทยกันบ้าง เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นออฟฟิศยุคดิจิตอลในอนาคต

หน้าที่และความสำคัญของการบันทึกเวลา
  • สร้างวินัยให้องค์กรและพนักงาน : การบันทึกเวลาเข้า-ออกงานเป็นเวลาจะช่วยให้พนักงานเริ่มทำงานอย่างพร้อมเพรียง เลิกงานอย่างเท่าเทียม และสร้างระบบระเบียบในการทำงานที่ดี ให้พนักงานรู้จักเห็นคุณค่าของเวลา เคารพในกฎระเบียบ และสร้างวินัยในการทำงาน
  • บันทึกหลักฐานการทำงาน : บริษัทมีหลักฐานชั่วโมงการทำงานของพนักงาน และพนักงานก็มีหลักฐานในการยืนยันตนเองด้วยเช่นกัน ซึ่งชั่วโมงในการทำงานนั้นจะมีส่วนเกี่ยวช้องในการคำนวนเงินเดือน, หรือหักเงินจ้างในกรณีที่ทำงานไม่ครบตามชั่วโมงที่กำหนดได้อีกด้วย หากไม่มีหลักฐานชัดเจนกันทั้งสองฝ่ายก็อาจเกิดการถกเถียงกันได้ภายหลัง หรือไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน หลักฐานนี้ยังมีประโยชน์ในอีกหลากหลายด้านรวมถึงส่วนของนอกองค์กรด้วย อย่างเช่น หลักฐานพนักงานที่ส่งให้หน่วยงานรัฐ, หลักฐานการทำงานที่ใช้รับรองกับการทำธุรกรรม, หรือการบันทึกชั่วโมงการทำงานสำหรับบางสาขาอาชีพที่จำเป็นต้องใช้หลักฐานด้านนี้ เป็นต้น
  • ประเมินผลงานประจำปี : วินัยในการทำงานสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลงานประจำปีได้ รวมถึงประเมินผลโบนัสได้อีกด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญของการประเมินผลในหลายๆ อย่างเลยทีเดียว
  • ควบคุมการทำงานได้ง่าย : ระบบลงเวลาหรือตอกบัตรในการทำงานจะสามารถทำให้ควบคุมการทำงานของพนักงานได้ง่าย ไม่ยุ่งยากกับการจัดการต่างๆ ที่ต่างคนต่างทำงานอย่างอิสระ
  • ใช้บริหารงบประมาณ : หลักฐานในด้านจำนวนชั่วโมงในการทำงาน, การขาด-ลา-มาสาย, ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการคำนวนรายได้ของพนักงานที่เป็นระบบระเบียบ และสามารถบริหารงบประมาณ ตลอดจนบริหารการใช้จ่ายงบขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสร้างความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์คืออะไร

ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์ (Online Time Attendance Management) ก็คือระบบลงเวลาเข้าออกงานโดยผ่านอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ ตั้งแต่ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner), สมาร์ทโฟน (Smart Phone), แทบเล็ต (Tablet), ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถยืนยันตัวตนผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน ปลอดภัย และเชื่อมต่อสู่ระบบข้อมูลกลางอย่างระบบคลาวด์ (Cloud System) ได้ ซึ่งการยืนยันตัวตนในรูปแบบนี้สามารถเข้าระบบที่ไหนก็ได้ในโลก เป็นการบันทึกเวลาทำงานได้แบบ Real Time ที่เชื่อมต่อข้อมูลสู่ฐานข้อมูลกลางเดียวกัน แถมยังระบุตำแหน่งได้ชัดเจน สามารถเป็นหลักฐานประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเก็บข้อมูลโดยระบบสแกนนิ้วแบบเดิมที่ไม่เชื่อมต่อสู่ระบบออนไลน์หรือระบบตอกบัตรได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ แม่นยำ ชัดเจน และรวดเร็วอีกด้วย

ความแตกต่างระหว่างเครื่องตอกบัตรกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ เครื่องตอกบัตร
ลายนิ้วมือมีความเฉพาะบุคคล ป้องกันการสวมรอยหรือฝากให้คนอื่นบันทึกเวลาแทนได้ ฝากให้คนอื่นบันทึกเวลาแทนได้
เป็นเครื่องป้องกันความปลอดภัยไปในตัว ในการเปิดประตูเข้าออฟฟิศ ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้
ข้อมูลที่บันทึกเป็นระบบดิจิตอล สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายดาย เข้าโปรแกรมคำนวณต่างๆ ได้ง่าย ข้อมูลที่บันทึกเป็นระบบเอกสาร ทำให้เสียเวลาเก็บข้อมูล และเสียเวลาคำนวณข้อมูล
ข้อมูลคำนวณโดยคอมพิวเตอร์ แม่นยำ ถูกต้อง ข้อมูลคำนวณโดยมนุษย์ที่อาจเกิดความผิดพลาด (Human Error) ได้ง่าย
จัดเก็บข้อมูลง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ จัดเก็บข้อมูลยาก ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ และเปลืองทรัพยากร
แก้ไขข้อมูลได้ยาก ข้อมูลเสียหายยาก ข้อมูลมีความปลอดภัยสูง แก้ไขข้อมูลได้ง่าย ข้อมูลเสียหายง่าย ข้อมูลมีความปลอดภัยต่ำ
ไม่ต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆ เพิ่มเติม เพราะใช้ลายนิ้วมือของแต่ละบุคคลเป็นเครื่องยืนยันตัวตน ต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆ เพิ่มเติมตามจำนวนบุคคล เช่น กระดาษในการบันทึกเวลา
ประหยัดงบประมาณในระยะยาว ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว
ข้อมูลสามารถส่งตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของฝ่ายบุคคลที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้โดยตรงเลย ไม่เสียเวลา ข้อมูลไม่ส่งตรงไปยังฝ่ายบุคคลที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้โดยตรง ต้องเดินมาเอายังแหล่งข้อมูลเอง ทำให้เสียเวลาอย่างมาก
ใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลรวดเร็ว ใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลยาวนาน
สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้ง่าย เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ง่าย รวมถึงระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่กำลังเป็นเทรนด์นิยมที่กำลังมาสำหรับระบบการบันทึกเวลาทำงานของพนักงาน ไม่สามารถเชื่อมต่อสู่ระบบดิจิตอล, ระบบอินเตอร์เน็ต, หรือระบบคลาวด์ (Cloud System) ได้

ประโยชน์ของการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์และแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล

การนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงานขององค์กรให้เหมาะสมนั้นจะช่วยให้แต่ละฝ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล (Attendance Management Application) นั้นมีมากมายเช่นกัน

  • 1.บริหารจัดการข้อมูลได้รวดเร็ว ว่องไว สะดวกสบาย : การบันทึกเวลาการทำงานในรูปแบบเดิมอย่างเช่นการตอกบัตรนั้นทำให้เสียเวลามาก และต้องใช้เวลามากในการนำเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ การบันทึกเวลาการทำงานในรูปแบบใหม่นี้จะทำให้บริหารจัดการข้อมูลเป็นไปแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะการคำนวนต่างๆ ตั้งแต่การคำนวนชั่วโมงการทำงาน, การคำนวนชั่วโมงที่ไม่ได้ทำงาน, การคำนวนอัตราเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน, ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ นั้น ทำได้อย่างรวดเร็วผ่านโปรแกรม สามารถทราบข้อมูลได้แบบ Real Time และสามารถประมวลข้อมูลได้หลากหลายลักษณะตามต้องการอย่างทันท่วงที
  • 2.ทุกอย่างรวมอยู่ในที่เดียว และ เบ็ดเสร็จในจุดเดียว (All in One & One Stop Service) : การเข้าออกงานแบบบันทึกเวลาระบบดั้งเดิม อย่างการตอกบัตร หรือ สแกนนิ้วมือนั้นเป็นเพียงแค่การบันทึกเวลาเข้าออกเฉยๆ การขาด-ลา-มาสาย หรือการดำเนินการเรื่องชั่วโมงการทำงานอื่นๆ นั้นยังคงเป็นระบบใช้มนุษย์จัดการบันทึกอยู่เช่นเคย แต่สำหรับการบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล (Attendance Management Application) นั้นสามารถทำทุกอย่างได้ในที่เดียวทั้งในส่วนของพนักงานเองและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทำผ่านระบบฐานข้อมูลกลางที่ผ่านระบบ Cloud ซึ่งเป็นข้อมูลหนึ่งเดียวกัน ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมีข้อมูลหลายแหล่ง และเป็นบริการแบบ One Stop Service คือเข้ามาใน App เดียวแล้วจัดการได้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง
  • 3.สะดวกทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere & Anytime) : พนักงานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เองสามารถเข้า App ได้ทุกที่ทุกเวลาในการบันทึกเวลาเข้างานตามจริง และเหมาะสม ทั้งข้อมูลยังถูกต้องชัดเจนด้วย สามารถเข็คอินได้ทุกแห่งทั่วโลก ทุกเวลา แม้เวลาต่าง Time Zone กัน ซึ่งบางครั้งต้องไปทำงานยังต่างประเทศ ก็สามารถบันทึกเวลาทำงานตามจริงได้ ไม่ต้องรบกวนฝ่าย HR
  • 4.หลักฐานที่ชัดเจนแน่นอน มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (Working Hours Evidence) : การบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล (Attendance Management Application) นั้นยังทำให้ข้อมูลชัดเจน แน่นอน ถูกต้อง ไม่ได้อ้างอิงจากคำบอกเล่าของพนักงาน ซึ่ง App จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีระบบระบุตำแหน่งและเวลาได้ด้วย ทำให้มีหลักฐานแน่นอนจริงว่าอยู่ ณ สถานที่นั้น เวลานั้นจริงหรือเปล่า เป็นหลักฐานที่ดีกว่าการบอกปากเปล่า
  • 5.พนักงานสามารถบริหารจัดการวันลาได้ด้วยตัวเอง : พนักงานทุกคนจะมีโควต้าในการลางานประจำตัวอยู่แล้ว เมื่อใช้ App แล้วจะทำให้เรารู้โควต้าที่ใช้ไป ตลอดจนโควต้าที่เหลือ รวมถึงจัดการการลาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องไปถามฝ่ายบุคคลซ้ำไปซ้ำมาถึงเรื่องโควต้าวันลา หรือสิทธิต่างๆ เพราะทุกอย่างจะคำนวนและปรากฎข้อมูลใน App ให้อัตโนมัติ ทำให้ง่ายต่อการบริหารวันลาของตนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปรบกวนคนอื่นหรือฝ่ายบุคคลจนเกินไป
  • 6.ไม่สร้างความขัดแย้งให้กับบุคลากรในองค์กร : ระบบการบันทึกเวลาแบบเดิมเป็นเพียงการบันทึกเวลาเฉยๆ เท่านั้น การขาด-ลา-มาสาย ยังคงมีการตามข้อมูลกัน หรือโทรสอบถามกัน ซึ่งบางเรื่องก็ไม่มีใครอยากรบกวน หรือยุ่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง ตลอดจนซักถามข้อมูลความเป็นจริงเพื่อบันทึกลงในเอกสาร ซึ่งการสื่อสารระหว่างกันด้วยอารมณ์ในบางครั้งอาจทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง และขัดแย้งกันได้ การใช้ App บันทึกเวลานั้นอาจลดการปะทะหรือทะเลาะในส่วนนี้ไปได้เยอะ และไม่สร้างความบาดหมางหรือความแตกแยกให้กับบุคลากรในองค์กรได้ด้วย
  • 7.ประหยัดทรัพยากร : การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล (Attendance Management Application) นั้นจะช่วยทำให้องค์กรประหยัดทรัพยกรไปได้หลายอย่าง อย่างเช่น กระดาษในการบันทึกเอกสารต่างๆ ซึ่งยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนพยายามช่วยกันลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลง เพื่อโลกที่ยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือต่างๆ เพิ่มเติม อย่างเช่น เครื่องมือตอกบัตร หรืออื่นๆ ใช้เพียงแค่เทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรใดเดิ่ม
  • 8.ประหยัดงบประมาณ : การประหยัดทรัพยากรนั้นส่งผลต่อการประหยัดงบประมาณโดยตรง ไม่ต้องมีงบจัดซื้ออุปกรณ์ให้สิ้นเปลือง หรืองบในการบำรุงรักษาซ่อมแซม ใช้เพียงแค่งบในการซื้อเทคโนโลยีเท่านั้น กรณีนี้องค์กรใหญ่มักจะเห็นผลในการประหยัดงบประมาณได้ชัดเจนกว่า
  • 9.ไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรเยอะ : เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน ทำให้ลดอัตราจ้างพนักงานลงได้ เมื่อทุกคนร่วมกันใช้ App และระบบ Cloud ก็จะช่วยให้การทำงานสะดวกสบายขึ้น การจัดการง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องใช้คนจัดการมาก ลดปริมาณคนในฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้ องค์กรสามารถบริหารงานและเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 10.สามารถอัพเดท (Update) เทคโนโลยีใหม่ได้เสมอ : การอัพเดทเทคโนโลยีตลอดจนสิ่งที่เป็นประโยชน์สมัยใหม่กับซอฟท์แวร์ต่างๆ นั้นทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัดกว่าการอัพเดทฮาร์ทแวร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิตอลที่มีการ Update ได้แบบ Real Time ไม่ยุ่งยากเสียเวลา ทำให้ระบบสามารถมีอะไรใหม่ๆ มาเป็นตัวช่วยที่ดีได้เสมอ ประหยัดกว่าการใช้ฮารด์แวร์หรือซอฟท์แวร์ระบบปิด
  • 11.พักงานเกิดความสบายใจ สุขภาพจิตดี เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน : เมื่อพนักงานไม่ต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องการตอกบัตรหรือบันทึกเวลาที่ออฟฟิศก็จะทำให้พนักงานรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น ไม่ต้องมากังวัลกับปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพจิตดี ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
  • 12.บริษัทยังคงสร้างวินัยให้กับการทำงานขององค์กรได้เช่นเดิม : การบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบุคคล (Attendance Management Application) ในระบบใหม่นี้ยังคงมีการบันทึกข้อมูลที่องค์กรจำเป็นต้องใช้เหมือนเดิม และยังคงสร้างวินัยให้กับพนักงานได้เช่นเดิม เพียงแต่ว่าจะเป็นวินัยในการบริการจัดการเวลาแบบยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นจะต้องอยู่กับที่เสมอไป แต่ฝึกความรับผิดชอบในการทำงานและการใช้เวลาให้คุ้มค่าได้ดี มีวินัยในการบันทึกข้อมูล วินัยในการทำงานที่ชัดเจน และมีหลักฐานในการทำงานที่ชัดเจนขึ้นอีกด้วย เป็นข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือขึ้นได้ด้วย

บริษัทในเมืองไทยที่ให้บริการระบบบันทึกเวลาการเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์

เทรนด์ของการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์นี้กำลังเป็นกระแสนิยมที่กำลังมา หลายองค์กรเริ่มปรับเปลี่ยนหันมาใช้ระบบนี้กันบ้างแล้ว และช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้องค์กรมีศักยภาพขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เปิดให้บริการระบบบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านระบบออนไลน์ในเมืองไทย ซึ่งมีการให้บริการโปรแกรมตั้งแต่แบบให้ใช้ฟรี, ทดลองใข้ฟรีระยะสั้น, ไปจนถึงเสียค่าสมาชิกตลอดจนค่าดำเนินการ ซึ่งก็จะมีส่วนทำให้โปรแกรมแต่ละประเภทมีศักยภาพที่แตกต่างกันด้วย เรามาลองดูบริษัทที่ให้บริการในด้านนี้ในเมืองไทยกันดีกว่าว่ามีความน่าสนใจอย่างไรกันบ้าง

1. PAYDAY

จุดเด่นของบริการ
  • ใช้ GPS ในการเข้าออกงานได้
  • สามารถดูข้อมูลของพนักงานได้อย่างง่ายดาย
  • คำนวณเงินเดือนได้อัตโนมัติ
  • คำนวณค่าภาษีได้อัตโนมัติ
ค่าบริการ
เวอร์ชั่นให้บริการฟรี (Free Version)
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ไม่จำกัด
  • สามารถลงทะเบียนผู้ดูแลระบบได้ไม่จำกัด
  • สามารถเก็บข้อมูลได้ไม่จำกัด
  • ใช้ GPS ในการตอกบัตรได้
  • มีระบบคำนวณค่าล่วงเวลา (OT)
  • มีระบบคำนวณผลกำไร
  • มีระบบคำนวณภาษี
  • ออกใบรับรองการทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้
  • อื่นๆ อีกมากมาย
เวอร์ชั่นชำระค่าบริการ (Paid Version) > 600-2,590 บาท/เดือน
  • ทำงานพื้นฐานทุกอย่างได้เหมือนระบบฟรี
  • สามารถบันทึกเวลาผ่านทางโทรศัพท์ได้
  • อนุมัติค่าใช้จ่ายผ่านทางโทรศัพท์ได้
  • สร้างรูปแบบคำนวณอัตราภาษีเงินได้
  • สร้างรูปแบบระบบประกันภัยสังคมได้
  • บริการหาพนักงานใหม่ทางเว็บไซต์
  • อื่นๆ อีกมากมาย
บริษัท : PAYDAY
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.smepayday.com/

2. JOBCAN

จุดเด่นของบริการ
  • สามารถตรวจสอบกับ GPS และระบบ IC Card ได้
  • สามารถตั้งค่าเวลาตลอดจนจัดการระบบเวลาได้ง่าย และใช้กับระบบทีมได้สะดวก
  • สามารถสร้างระบบจัดตำแหน่งที่ดีที่สุดได้ 
    
ค่าบริการ
60-120 บาท / คน (พนักงาน)
บริษัท : Donuts Co. Ltd.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.jobcan.in.th/

3. Orisoft

จุดเด่นของบริการ
  • ดูแลปฎิทินการเข้างานได้อย่างง่ายดาย
  • คำนวณค่าจ้างรายชั่วโมงได้ถูกต้อง แม่นยำ
  • คำนวณค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ได้อัตโนมัติ
  • สามารถสร้างความหลากหลายของแบบฟอร์มปฏิทินการเข้างานได้
  • สามารถตั้งค่าผู้ดูแลเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ
  • สามารถสร้างรายงานการตอกบัตรเข้าออกงานและการทำงานล่วงเวลาได้
ค่าบริการ

โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดที่บริษัทอีกครั้ง

ชื่อบริษัท:Orisoft (Thailand) Co., Ltd.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.orisoft.co.th/

4. WE-LA-DEE

จุดเด่นของบริการ

  • สามารถบันทึกข้อมูลเชื่อมต่อกับระบบ RFID ได้ทันท่วงที
  • สามารถแปลงไฟล์ข้อมูลมาเป็นการรายงานผลผ่านไฟล์ PDF ที่ดูได้ง่ายดายและชัดเจน
  • พนักงานสามารถลงทะเบียนลาพักร้อนได้ โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังแผนก HR ให้อัตโนมัติ
  • แผนก HR สามารถตอบคำขอร้องต่างๆ และทำการอนุมัติผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที
ค่าบริการ
เวอร์ชั่นให้บริการฟรี (Free Version)
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ 5 คน
  • รองรับระบบปฎิบัติการหลากหลายทั้ง iOS และ Android
  • ประมวลผลไฟล์ได้หลากหลายสกุล ตั้งแต่ XLS、CSV และ Json
เวอร์ชั่นชำระค่าบริการ (Paid Version) > 499-999 บาท/เดือน 
  • ทำงานพื้นฐานทุกอย่างได้เหมือนระบบฟรี
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ 20-50 คน
  • สามารถบันทึกเวลาทำงานผ่านระบบออนไลน์โดยอุปกรณ์ต่างๆ ได้
  • สามารถแสดงและเปลี่ยนเครื่องหมายหรือชื่อบริษัทได้ทางโทรศัพท์
  • สามารถทำงานร่วมกับระบบ API (Application Programming Interface) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชื่อบริษัท: Frontware International
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.weladee.com/th

5. OneDee

จุดเด่นของบริการ

  • มีระบบ User Interface (UI) ที่เป็นมิตร สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย
  • สามารถบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้หลากหลายวิธีและรองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Wi-Fi, GPS, QR, iBeacon
  • สามารถสร้างระบบการทำงานแบบแผนกหรือกลุ่มได้ง่ายดาย

ต่าบริการ

  • 650 บาท / คน (พนักงาน)
  • 6,000 บาท / พนักงาน 200 คน

※ มีบริการให้ทดลองใช้ฟรี ※ 

ชื่อบริษัท:OneDee
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.onedee.io/

6. SMART TA

จุดเด่นของบริการ

  • สามารถแบ่งระดับพนักงานได้5ระดับ แต่ละระดับสามารถเปลี่ยนแปลงการใช้งานได้สะดวก
  • สามารถจดจำข้อมูลของเวลาและสถาที่ได้อย่างแม่นยำ
  • สามารถบันทึกเวลาการเข้างานผ่านทางระบบ QR ได้

ค่าบริการ

  • พนักงาน 10 คน : 339 บาท / คน
  • พนักงาน 50 คน : 179 บาท / คน
  • พนักงาน 100 คน : 159 บาท / คน

ชื่อบริษัท:Application on NET co., ltd.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.apponnet.com/

7. Cloud-TA

จุดเด่นของบริการ

  • บันทึกเวลาเข้างานโดยสแกนลายนิ้วมือหรือผ่าน App บนมือถือ
  • สามารถใช้ App ในระบุตำแหน่ง GPS เพื่อเชื่อมต่อระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้
  • ใช้ Bluetooth ส่งสัญญาณบันทึกเวลาเข้า-ออกอัตโนมัติได้ในระยะ 5-10 เมตร
  • มีเทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) จาก Microsoft
ค่าบริการ

พนักงาน 1-25 คน

  • รายเดือน : 1,500 บาท / เดือน
  • รายปี : 16,200 บาท / ปี

พนักงาน 900-1,000 คน

  • รายเดือน : 31,000 บาท / เดือน
  • รายปี : 334,800 บาท / ปี

พนักงานมากกว่า 1,000 คน

  • รายเดือน : 30 บาท / คน (พนักงาน)

บริษัท:INNOVA Software Co., Ltd.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://cloud-ta.com/

8. TimeMint

จุดเด่นของบริการ

  • สามารถใช้ระบบ GPS、QR หรือ Beacon ในการบันทึกลายนิ้วมือเพื่อบันทึกเวลาเข้า-ออกการทำงานได้
  • ค่าบริการยืดหยุ่น / สามารถปรับลด-เพิ่มพนักงานได้ทันที
  • สามารถบันทึกข้อมูลการเข้า-ออกงานผ่านทาง LINE ได้

ค่าบริการ

โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดที่บริษัทอีกครั้ง

บริษัท:TimeMint.co
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.timemint.co/

9. Face time stamp

จุดเด่นของบริการ

  • สามารถใช้กล้องบนคอมพิวเตอร์อ่านข้อมูลได้
  • การรายงานผลสามารถประมวลได้ง่ายภายใน 30 วินาที
  • สามารถใช้งานผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้
ค่าบริการ
เวอร์ชั่นให้บริการฟรี (Free Version)
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ 10 คน
  • ลงทะเบียนลางานผ่านระบบออนไลน์ได้
  • รายงานผลอัตโนมัติ (ทั้งแบบรายเดือนและรายปี)
เวอร์ชั่นชำระค่าบริการ (Paid Version) > 100-300 บาท/คน / เดือน 
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ 15-150 คน
  • สามารถเพิ่มระบบการลาป่วยหรือลางานกรณีอื่นๆ ได้
  • มีระบบส่งอีเมลอัตโนมัติแจ้งถึงสถานะการเข้า-ออกงาน
  • ปิดรับการโฆษณาได้

บริษัท:Livebox it Development
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://facetimestamp.com/

10. Biosoft cloud

จุดเด่นของบริการ

  • สามารถบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้
  • สามารถใช้รูปภาพในการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้
  • ขอลา-อนุมัติการลา ผ่านระบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้
ค่าบริการ

Free Package

  • ผู้ใช้งานได้สูงสุด 10 คน > ฟรี

Small Package

  • ผู้ใช้งานได้สูงสุด 50 คน > 2,000 บาท / เดือน

Mediam Package

  • ผู้ใช้งานได้สูงสุด 200 คน > 4,000 บาท / เดือน

Large Package

  • ผู้ใช้งานได้สูงสุด 400 คน > 8,000 บาท / เดือน

บริษัท:HP Intelligence Co., Ltd.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.biosoftcloud.com/

11. HumanOS

จุดเด่นของบริการ
  • ใช้ GPS เพื่อบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้
  • สามารถใช้ App ในการบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน หรืออนุมัติเรื่องต่างๆ ได้
  • สามารถประมวลผลข้อมูลเป็นไฟล์ PDF ให้อ่านเข้าใจได้ง่าย

ค่าบริการ

เวอร์ชั่นให้บริการฟรี (Free Version)
  • สามารถลงทะเบียนพนักงานได้ 10 คน
วอร์ชั่นชำระค่าบริการ (Paid Version) > 100-300 บาท/คน / เดือน 
  • ทำงานพื้นฐานทุกอย่างได้เหมือนระบบฟรี
  • ลงทะเบียนพนักงานได้ไม่มีกำหนดจำนวน
  • คำนวณค่าล่วงเวลา (OT), เงินเดือน, และอื่นๆ เพิ่มเติมได้
  • มีระบบประเมินผล KPI ให้ใช้บริการ

บริษัท:IT-CAT CO., LTD.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://humanos.biz/en/

12. Fusion

จุดเด่นของบริการ
  • สามารถบันทึกเวลาเข้า-ออกงานผ่านระบบจดจำภาพถ่ายได้
  • สามารถใช้ GPS ในการทึกเวลาเข้า-ออกงานได้
  • สามารถดูแลบริหารจัดการข้อมูลของพนักงานได้

ค่าบริการ

โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดที่บริษัทอีกครั้ง

บริษัท:Fusion Solution Co.,Ltd
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.fusionsol.com/

บทสรุป

ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานยังคงมีความจำเป็นกับองค์กรอยู่ แต่การจะปรับตัวให้ทันตามยุคดิจิตอลนั้นสามารถปรับระบบนี้ให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายขึ้นได้ ซึ่งเทรนด์แห่งออฟฟิศยุคดิจิตอลที่กำลังมานั้นก็คือการปรับระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานสู่ระบบออนไลน์ (Online Time Attendance Management) ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่เป็นฐานข้อมูลกลางเดียวกัน และมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการบันทึกเวลาเข้าออกงานด้วย ตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือผ่านสมาร์ทโฟน, การใช้ GPS ช่วยยืนยันและระบุตำแหน่งเพื่อเป็นหลักฐาน, ไปจนถึงการสามารถใช้สมาร์ทโฟนในการบริหารจัดการงานบุคคลต่างๆ อาทิ วันขาด-ลา-มาสาย ที่สามารถส่งขออนุมัติผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ และฝ่ายบุคคลตลอดจนผู้บริหารก็สามารถกดอนุมัติผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันทีเช่นกัน นอกจากความสะดวกสบายแล้วข้อมูลยังมีความปลอดภัยอีกด้วย และสามารถประมวลผลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังมีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ซึ่งนี่คือเทรนด์ของออฟฟิศยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!

บทความที่เกี่ยวข้อง