none" />

10 บริษัทที่ให้โบนัสพนักงานสูงที่สุดในเมืองไทย

ฤดูนี้เป็นฤดูที่พนักงานเงินเดือนหลายคนจะยิ้มแก้มปริเพราะนี่คือช่วงเวลาแห่งการแจกโบนัสของหลายๆ บริษัทกันล่ะ เราเชื่อว่าหลายคนกำลังตั้งตารอของขวัญประจำปีชิ้นใหญ่นี้กันทั้งนั้น แถมยังแอบลุ้นว่าปีนี้น่าจะได้โบนัสกันเท่าไร นอกจากโบนัสจะเป็นเครื่องบ่งบอกความสำเร็จของธุรกิจให้กับองค์กรต่างๆ ได้แล้ว มันก็ยังสร้างกำลังใจในการทำงานให้กับพนักงานได้เป็นอย่างดีด้วย ที่สำคัญตัวเลขที่สวยหรูอาจเป็นแรงจูงใจให้คนมีฝีมืออยากที่จะมาร่วมงานด้วยในอนาคตได้เหมือนกัน ก่อนจะไปลุ้นโบนัสก้อนโต คราวนี้มาดูกันดีกว่าว่า

10 สุดยอดองค์กรที่ให้โบนัสพนักงานมากที่สุดในเมืองไทยมีที่ไหนกันบ้าง

อันดับ 1 : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

+ อัตราโบนัส 7.75 เดือน

อย่างที่ทราบกันดีกว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  นั้นดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสนามบินพาณิชย์หลักทุกแห่งในเมืองไทย อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเองก็ถือเป็นแหล่งรายได้หลักอันดับต้นๆ ของประเทศเช่นกัน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศใช้บริการสนามบินกันมากมาย เอาแค่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิก็มีชาวต่างชาติมาใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 10 ล้านคนในแต่ละเดือนเลยทีเดียว ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากแวะมาเยือนเสมอ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี นั่นทำสนามบินต่างๆ มีการขยายตัว รวมถึงโครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิที่ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2563 ที่จะถึงนี้ ธุรกิจที่ก้าวหน้าระดับนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทางบริษัทจะตอบแทนพนักงานด้วยโบนัสในอัตราสูงนี้ได้ไม่ยาก

อันดับ 2 : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

+ อัตราโบนัส 7.5 เดือน

นอกจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะครองแชมป์เป็นองค์กรที่มีคนอยากเข้าทำงานด้วยมากที่สุดเสมอมาแล้ว บริษัทนี้ก็ยังติดอันดับองค์กรที่ให้โบนัสพนักงานสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเสมอมาด้วยเช่นกัน องค์กรอันเก่าแก่นี้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 (ค.ศ.1978) ดำเนินธุรกิจน้ำมันและพลังงานเป็นหลัก ปัจจุบันขยายธุรกิจไปหลากหลายแขนงจนมีบริษัทลูกเกิดขึ้นมากกว่า 40 บริษัทเลยทีเดียว ทั้งยังขยายธุรกิจไปต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 8 ประเทศอีกด้วย ความสำเร็จนี้การันตีได้ถึงผลตอบแทนและโบนัสที่คุ้มค่าทีเดียว

อันดับ 3 : บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)​ จำกัด

+ อัตราโบนัส 7.5 เดือน

ฮอนด้า (Honda) เป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ขายดีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ทั้งยังมีฐานการผลิตมาตรฐานสากลอยู่ในบ้านเราด้วย ไม่เพียงแต่ผลิตรถยนต์ป้อนตลาดในประเทศเท่านั้นฮอนด้ายังผลิตรถยนต์คุณภาพสูงเพื่อป้อนตลาดโลกด้วย นั่นทำให้ผลประกอบการของฮอนด้าในเมืองไทยประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นที่มาของอัตราโบนัสที่สูง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการบวกเงินพิเศษเพิ่มที่อาจสูงถึงราว 250,000 บาท เลยทีเดียว โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความสามารถของแต่ละบุคคล นั่นยังไม่นับรวมสวัสดิการอื่นๆ ที่จัดสรรให้กับพนักงานของบริษัทด้วย

อันดับ 4 : ธนาคารอาคารสงเคราะห์

+ อัตราโบนัส 7 เดือน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตลอดจนปล่อยกู้ระยะยาวให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยในอัตราที่สมเหตุสมผล ด้วยความที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจึงทำให้ธนาคารแห่งนี้มีความมั่นคง ได้รับความน่าเชื่อถือ ตลอดจนมีผลประกอบการที่ดี ทำให้สามารถจ่ายโบนัสได้ถึง 7 เท่าของเงินเดือนเลยทีเดียว

อันดับ 5 : ธนาคารออมสิน

+ อัตราโบนัส 6 เดือน

ธนาคารออมสินถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงินที่มีความน่าเชื่อถือและมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ธนาคารแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) เมื่อปี พ.ศ.2456 เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องสินเชื่อสำหรับชนชั้นกลางไปจนถึงชนชั้นล่างผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนส่งเสริมการออมเงินให้กับประชาชนในชาติไปพร้อมกันด้วย ปัจจุบันธุรกิจด้านการเงินการธนาคารในเมืองไทยมีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ถึงอย่างไรธนาคารภายใต้การดูแลของรัฐบาลก็ยังคงมั่นคงและมีความเสี่ยงน้อย แม้ว่าเงินเดือนของพนักงานธนาคารออมสินอาจจะต่ำกว่าธนาคารเอกชนทั่วไป แต่ทว่ามีความเครียดในการทำงานที่น้อยกว่า แถมยังมีอัตราโบนัสที่ไม่เลวเลยทีเดียว

อันดับ 6 : การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

+ อัตราโบนัส 5 เดือน

ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพื่อการแก้ปัญหานี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นปัจจุบันจึงมีโครงการทางด่วนตลอดจนทางพิเศษเพิ่มขึ้นมากมาย นั่นยังไม่นับโครงการทางพิเศษที่เชื่อมต่อสู่ต่างจังหวัดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการจราจรได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันทางด่วนจึงแทบจะเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเมืองขาดไม่ได้ มีรถมาใช้บริการตลอด 24 ชม. แบบไม่ขาดสาย นั่นเป็นสิ่งที่การันตีได้ชัดว่าบริษัทจะมีผลประกอบการที่ดีเพียงไร และแน่นอนว่าโบนัสนั้นก็จะดีตามไปด้วย

อันดับ 7 : บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด  

+ อัตราโบนัส 4 เดือน

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูงและประสบความสำเร็จงดงามทีเดียว นอกจากการจัดการสนามบินแล้วการจัดการด้านอากาศยานก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด  (AEROTHAI) นั้นทำหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศบริเวณท่าอากาศยานต่างๆ แล้วอย่างที่เรารู้กันดีว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมืองไทยนั้นเติบโตค่อนข้างมาก ปัจจุบันมีเที่ยวบินเข้าออกประเทศไทยวันละหลายร้อยเที่ยวตลอด 24 ชม. นั่นทำให้ผลประกอบการของบริษัทนี้มีแนวโน้มที่ดี และมีโบนัสให้พนักงานที่สูงยิ่งขึ้น

อันดับ 8 : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

+ อัตราโบนัส 3.75 เดือน

ไม่ว่าจะยุคสมัยใดลอตเตอรีก็ยังคงเป็นความหวังสำหรับคนมีรายได้น้อยไปจนถึงคนชนชั้นกลางที่ต้องการจะเสี่ยงโชคเพื่อให้ได้เงินก้อนโตเปลี่ยนสถานะของตัวเองให้ดีขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจไม่สู้จะดีนักนี้สลากกินแบ่งรัฐบาลอาจขายดีสวนทางกับธุรกิจอื่น นอกจากการออกสลากในทุกๆ เดือนแล้ว อีกด้านของเงินจากธุรกิจนี้ก็คือการเป็นทุนกู้สำหรับรัฐบาลในการทำโครงการต่างๆ อีกมากมาย แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าธุรกิจนี้มีรายได้มหาศาลได้อย่างไร และสามารถจ่ายโบนัสให้กับพนักงานได้อย่างสมน้ำสมเนื้อด้วย

อันดับ 9 : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

+ อัตราโบนัส 2 เดือน

หนึ่งในองค์กรที่มีความมั่นคงและเป็นองค์กรในฝันที่ใครหลายคนอยากร่วมงานด้วยก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งดูแลเรื่องการฟ้าทั่วทั้งประเทศนอกเหนือเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แน่นอนว่าในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างมาก ความต้องการไฟฟ้าในหลายๆ ส่วนก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว นั่นยังไม่นับรวมวิสัยทัศน์ของบริษัทในการวางระบบไฟฟ้าเพื่ออนาคตอย่างการนำสายไฟลงดินที่ช่วยปรับภูมิทัศน์ของเมืองไทยให้สวยงามยิ่งขึ้นด้วย และนั่นคือส่วนที่ทำให้องค์กรนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และให้ผลตอบแทนรวมถึงโบนัสให้กับพนักงานได้อย่างคุ้มค่าด้วย

อันดับ 10 : กรุงเทพมหานคร

+ อัตราโบนัส 1.5 เดือน

กรุงเทพมหานครถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษที่ดูแลบริหารเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงเทพฯ ในหลากหลายด้านตั้งแต่เศรษฐกิจไปจนถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากหน่วยงานกลางที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ แล้วก็ยังมีหน่วยงานย่อยอีกว่า 50 เขต ที่ต้องดูแล มีพนักงานจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และเพื่อเป็นการดูแลพนักงานเป็นอย่างดี กรุงเทพฯ ก็มีการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในอัตราที่น่าพอใจทีเดียว

 

ประเทศไหนไม่สนใจนโยบายจ่ายโบนัส?

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าโบนัสถือเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับการทำงานในบริษัทต่างๆ และเป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับระบบการทำงานบริษัทไปแล้วในทุกวันนี้ เห็นได้ชัดว่าบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ระบบการจ่ายโบนัสมาเป็นแรงกระตุ้นตลอดจนเป็นของขวัญชิ้นโตให้กับพนักงาน แต่กลับเป็นที่น่าแปลกใจว่ายักษ์ใหญ่อย่างอเมริกากำลังจะลดความสำคัญเรื่องนี้ลง อาจด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้จะดีนักทางบริษัทจึงไม่สามารถจ่ายโบนัสให้กับพนักงานทุกคนได้เท่าเทียมกัน แต่เปลี่ยนไปเป็นการแจกโบนัสตามความสามารถไปจนถึงศักยภาพของพนักงานแต่ละคนแทน เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็คุ้มค่าที่จะจ่ายให้กับคนที่สมควรจะได้รับเช่นกัน นั่นแปลว่าไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะได้รับโบนัส แต่เฉพาะคนที่ทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้น

ด้วยยุคเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองนี้นอกจากการลดการจ่ายโบนัสแล้วก็ยังมีการปรับรูปแบบของโบนัสเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยเช่นกัน ในยุคนี้โบนัสอาจจะไม่ได้จ่ายเป็นเงินก้อนโตก้อนเดียว แต่จะแบ่งจ่ายเป็น 2 หรือ 3 งวดแทน หรือให้เป็นบัตรของขวัญหรือบัตรกำนัลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินสดโดยตรง รวมไปถึงโบนัสอีกหลายรูปแบบที่ไม่ได้จ่ายให้พนักงานเป็นเงินสด รวมถึงการจ่ายเป็นหุ้นแทนเงินสำหรับพนักงานในระดับสูงด้วยเช่นกัน มาถึงตรงนี้จะบอกว่าระบบโบนัสจะหายไปในบางประเทศแล้วก็ไม่ถูกนัก แต่น่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถาการณ์การเงินของบริษัทตลอดจนสภาพเศรษฐกิจเสียมากกว่า

สถานการณ์ปัจจุบันกับการจ่ายโบนัสทั่วโลก

ออสเตรเลีย : ระบบจ่ายโบนัสประจำปีอาจจะยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับบริษัททั่วๆ ไปในออสเตรเลียที่ยังคงนิยมอยู่ แต่เรื่องของโบนัสอาจจะไม่ตูมตามหรือเป็นเรื่องใหญ่เท่ากับในเมืองไทยนัก แน่นอนว่ายุคปัจจุบันมีการพยายามปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมรูปแบบของโบนัสใหม่ๆ เข้ามาเพื่อลดการจ่ายเป็นตัวเงิน อย่างเช่นการให้บัตรของขวัญไปจนถึงการมอบไวน์ชั้นดีแทน แน่นอนว่ายังมีองค์กรที่จ่ายโบนัสในอัตราที่สูงอยู่เหมือนกัน แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นตัวเงินทั้งหมด อาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นการให้วันหยุดประจำปีที่เพิ่มขึ้นแทน เป็นต้น

เบลเยี่ยม : ระบบการจ่ายโบนัสในเบลเยี่ยมนั้นมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างน่าสนใจ หลายบริษัทจะมีการแจกโบนัสกันปีละ 2 ครั้ง โดยแยกเป็นช่วงกลางปีและปลายปี แล้วก็แยกเงินโบนัสเป็นสองประเภท คือ การจ่ายในอัตราแบบกลุ่ม และ การจ่ายในอัตราตามรายบุคคล สำหรับอัตราแบบกลุ่มนั้นจะเป็นอัตราเท่ากันหมดและได้รับเหมือนกันหมดอย่างเท่าเทียมตามการประเมินในแต่ละแผนก ส่วนอัตรารายบุคคลก็คือการจ่ายโบนัสที่ประเมินตามประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละคนนั่นเอง อย่างไรก็ตามในเบลเยี่ยมนั้นอัตราภาษีสำหรับโบนัสสิ้นปีอาจจะสูงกว่าภาษีรายได้บุคคลอย่างน่าประหลาดเลยทีเดียว ซึ่งบางกรณีอาจสูงถึง 55% เสียด้วยซ้ำ

4 วิธีใช้โบนัสอย่างชาญฉลาด

+ ชำระหนี้

มีหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด สุภาษิตนี้ยังคงใช้ได้ดีโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน หลายคนได้โบนัสมาแล้วอาจเอาไปฉลองหรือซื้อความสุขในรูปแบบต่างๆ แต่หากไม่ระวังตัวมันอาจสร้างหนี้ก้อนโตตามมาได้อีกเหมือนกัน แต่หลายคนก็มีสติในการใช้เงิน นำโบนัสที่ได้มาไปชำระหนี้ต่างๆ เป็นอันดับแรก ตั้งแต่หนี้เงินสด หนี้บัตรเครดิต หรือชำระเงินกู้ต่างๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าเงินเหลือแล้วค่อยซื้อความสุขให้กับตัวเองอีกที อย่างที่รู้กันดีว่าอัตราดอกเบี้ยไม่เคยปราณีใคร (โดยเฉพาะดอกเบี้ยบัตรเครดิต) อย่าเป็นหนี้นั่นล่ะชีวิตดีที่สุด

+ เก็บเข้ากองทุนสำรองฉุกเฉิน

บนโลกใบนี้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่สถานการณ์ทางการเงินของเรา มีร่ำรวยก็มียากจนได้ในพริบตาเช่นกัน หลายคนจึงเลือกที่จะตั้งกองทุนสำรองฉุกเฉินของตัวเองขึ้นโดยอาจเปิดบัญชีธนาคารที่จะไม่ทำการถอนเลยเอาไว้เก็บเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคต เงินก้อนนี้จะทำให้เรามีเงินมาช่วยเหลือได้ในสถานการณ์ชีวิตย่ำแย่ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ, การเจ็บป่วย, หรือแม้แต่การตกงานก็ตามที

+ ลงทุน

อัตราเงินเฟ้อทำให้ค่าเงินของเราลดลงทุกปี การนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เงินงอกเงยอาจเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เราใช้โบนัสที่เราได้มาได้คุ้มค่าที่สุด หากไม่มีภาระหนี้สินแล้วหลายคนวางแผนออมเงินจากเงินเดือนและมักใช้เงินโบนัสมาเป็นการลงทุนเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าความเสี่ยงของการลงทุนจะสูงกว่าการออมเงินในบัญชีอยู่เฉยๆ แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถสร้างผลกำไรกลับมาให้เราได้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินออมหลายเท่าเลยทีเดียว การลงทุนนั้นมีหลายรูปแบบตั้งแต่การซื้อพันธบัตร, หุ้น,ทรัพย์สิน, ไปจนถึงซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่ก่อนจะลงทุนสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการศึกษาและประเมินความเสี่ยงในแต่ละอย่างให้รอบคอบด้วย

+ เริ่มต้นธุรกิจใหม่

ข้อดีของโบนัสก็คือการได้เงินก้อนโตในครั้งเดียว แล้วมันก็อาจมากพอที่จะเริ่มทำธุรกิจได้อย่างไม่ยากลำบาก โอกาสนี้หลายคนอาจจะนำเงินไปต่อยอดด้วยการเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ ของตัวเอง อาจเริ่มต้นด้วยกิจการเล็กๆ ง่ายๆ อย่างการซื้อขายของออนไลน์, การซื้อแฟรนไชส์ธุรกิจต่างๆ มาทำ, หรือแม้แต่การร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อเปิดธุรกิจที่สนใจ นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทางแล้ว หากธุรกิจรุ่งเกินคาดคิดเราก็อาจจะกลายเป็นเจ้าของกิจการที่ใหญ่โตได้ในอนาคตด้วย ข้อดีในอีกแง่หนึ่งวันที่เราเบื่อระบบงานในบริษัท ถูกลดเงินเดือน มีเหตุต้องออกจากงานกระทันหัน ธุรกิจส่วนตัวนี้ก็อาจช่วยเหลือเราในยามยากลำบากได้เหมือนกัน

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมเลยใช่ไหมล่ะ

สรุป

ระบบการให้โบนัสของบริษัทหลายคนอาจมองว่าเป็นการกระตุ้นการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน แต่หลายคนก็อาจมองในแง่ลบว่าบริษัทอาจเลือกจ่ายเงินเดือนที่น้อยให้คุณ เพื่อสะสมเงินที่คุณควรจะได้รับที่เหลือมาให้เป็นระบบโบนัสแทน ทุกอย่างล้วนมีดีมีเสีย ไม่มีระบบไหนในโลกที่จะดีที่สุดสำหรับการบริหารงาน สิ่งที่ดีที่สุดอาจเป็นบุคคลและวิธีการบริหารเสียมากกว่า แล้วบางทีโบนัสก็ถือเป็นสินน้ำใจที่ดีเช่นกัน ในส่วนของพนักงานเองการได้เงินพิเศษนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ดียิ่งกว่าก็คือการทำให้เงินที่ได้มานั้นเกิดประโยชน์ให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด นั่นน่าจะทำให้คำว่า “เงินโบนัส” มีความหมายกับคุณมากที่สุด มากกว่าแค่การสนใจเรื่องตัวเลขหรือมูลค่าของมัน

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!