เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ยังคงจำเป็นต่อการบันทึกเวลาทำงานขององค์กรอยู่หรือไม่?

ประเด็นสำคัญ
  • การสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) เป็นเครื่องยืนยันตัวตนที่มีประสิทธิภาพ ปลอมแปลงได้ยาก
  • การสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ยังคงเป็นหลักฐานสำคัญขององค์กร และเป็นข้อมูลสำคัญของพนักงานที่จำเป็นต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลในการบันทึกเวลาทำงานตลอดจนการคำนวณต่างๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะการคำนวนชั่วโมงทำงานกับอัตราจ้าง
  • เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ในยุคปัจจุบันพัฒนาไปมาก อ่านข้อมูลได้ละเอียด มีความปลอดภัยสูงขึ้น และรองรับการเชื่อต่อกับระบบ LAN และ Wifi เพื่อเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

การบันทึกเวลาสำหรับพนักงานบริษัทยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรอยู่ เพราะนั่นคือข้อมูลสำคัญที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะคำนวณอัตราจ้างที่เกี่ยวเนื่องกับชั่วโมงทำงานของพนักงานแต่ละคนนั่นเอง การบันทึกเวลาในยุคปัจจุบันนี้ทันสมัยและเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะที่เดิมทีในอดีตนั้นการบันทึกเวลาที่นิยมก็คือเครื่องตอกบัตร แต่สำหรับยุคนี้เครื่องบันทึกเวลาที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) นั่นเอง ซึ่งนี่ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีประโยชน์มากมายสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

ความแตกต่างระหว่างเครื่องตอกบัตรกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือ

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ

เครื่องตอกบัตร

ลายนิ้วมือมีความเฉพาะบุคคล ป้องกันการสวมรอยหรือฝากให้คนอื่นบันทึกเวลาแทนได้ ฝากให้คนอื่นบันทึกเวลาแทนได้
เป็นเครื่องป้องกันความปลอดภัยไปในตัว ในการเปิดประตูเข้าออฟฟิศ ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้
ข้อมูลที่บันทึกเป็นระบบดิจิตอล สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายดาย เข้าโปรแกรมคำนวณต่างๆ ได้ง่าย ข้อมูลที่บันทึกเป็นระบบเอกสาร ทำให้เสียเวลาเก็บข้อมูล และเสียเวลาคำนวณข้อมูล
ข้อมูลคำนวณโดยคอมพิวเตอร์ แม่นยำ ถูกต้อง ข้อมูลคำนวณโดยมนุษย์ที่อาจเกิดความผิดพลาด (Human Error) ได้ง่าย
จัดเก็บข้อมูลง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ จัดเก็บข้อมูลยาก ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ และเปลืองทรัพยากร
แก้ไขข้อมูลได้ยาก ข้อมูลเสียหายยาก ข้อมูลมีความปลอดภัยสูง แก้ไขข้อมูลได้ง่าย ข้อมูลเสียหายง่าย ข้อมูลมีความปลอดภัยต่ำ
ไม่ต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆ เพิ่มเติม เพราะใช้ลายนิ้วมือของแต่ละบุคคลเป็นเครื่องยืนยันตัวตน ต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆ เพิ่มเติมตามจำนวนบุคคล เช่น กระดาษในการบันทึกเวลา
ประหยัดงบประมาณในระยะยาว ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว
ข้อมูลสามารถส่งตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของฝ่ายบุคคลที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้โดยตรงเลย ไม่เสียเวลา ข้อมูลไม่ส่งตรงไปยังฝ่ายบุคคลที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้โดยตรง ต้องเดินมาเอายังแหล่งข้อมูลเอง ทำให้เสียเวลาอย่างมาก
ใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลรวดเร็ว ใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลยาวนาน
สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้ง่าย เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ง่าย รวมถึงระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่กำลังเป็นเทรนด์นิยมที่กำลังมาสำหรับระบบการบันทึกเวลาทำงานของพนักงาน ไม่สามารถเชื่อมต่อสู่ระบบดิจิตอล, ระบบอินเตอร์เน็ต, หรือระบบคลาวด์ (Cloud System) ได้

เครื่องสแกนลายนิ้วมือในยุคปัจจุบัน

อันที่จริงเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่สำหรับการบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานในบริษัทแล้ว แต่ยุคปัจจุบันเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยตามเทคโนโลยีมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีคุณประโยชน์มากขึ้น สามารถเชื่อมต่อและรองรับการทำงานกับระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างยอดเยี่ยม และที่สำคัญมีคนหันมาพัฒนาเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) เป็นจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวเลือกในตลาดหลากหลาย และนั่นทำให้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) มีราคาที่ถูกลง ทำให้หลายองค์กรหันมาเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ทันสมัยได้ง่าย และพัฒนาสู่การเป็นองค์กรยุคดิจิตอลกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ในยุคปัจจุบันนี้วัสดุที่นำมาผลิตตลอดจนเทคโนโลยีที่ใส่ลงไปในเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) นั้นก็ปรับเปลี่ยนให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณสมบัติของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ดังตัวอย่างการปรับเปลี่ยนที่ทำให้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) มีประสิทธิภาพขึ้น

ความก้าวหน้าของเครื่องสแกนลายนิ้วมือในยุคปัจจุบัน
  • หัวอ่านทันสมัย : ยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนหัวอ่านมาเป็นแบบกระจกป้องกันการขูดขีดที่ทำให้ Fingerprint Reader มีมาตรฐานขึ้น อ่านได้สะดวกง่ายดายขึ้น และกระจกไม่มีรอยขูดขีดที่จะทำให้การอ่านค่าเกิดการผิดพลาดหรือเสียหายได้
  • ปลอดภัยยิ่งขึ้น : เทคโนโลยีตลอดจนโปรแกรมการอ่านลายนิ้วมือมีความละเอียดเพิ่มมากขึ้น และมีการพัฒนาเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไปในหลากหลายรูปแบบ ทำให้ปลอมแปลงได้ยากยิ่งขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยได้สูงขึ้นด้วย
  • รองรับการเชื่อมต่อออนไลน์ : เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ปัจจุบันสามารถพัฒนาให้เชื่อมต่อกับระบบ LAN หรือ Wifi ได้ดี เชื่อมต่อข้อมูลไปยังเครือข่าย (Network) ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • คำนวณข้อมูลมีประสิทธิภาพ : มีการพัฒนาระบบคำนวณต่างๆ เข้าไปในเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) โดยตรงเลย ทำให้สามารถคำนวณข้อมูลได้ทันท่วงทีที่เครื่อง ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
  • ประมวลและจัดเก็บข้อมูลได้ซับซ้อนขึ้น : เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ซับซ้อนขึ้น และมีการคำนวณหลากหลายรูปแบบรองรับ
  • วัสดีคุณภาพดี : วัสดุที่ใช้ทำเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ในยุคปัจจุบันเป็นวัสดุชั้นดี เสียหายยากขึ้น ทนทาน ยากแก่การทำลาย
  • รองรับปัญหาหลายด้าน : เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ในยุคปัจจุบันมีช่องเสียบ USB ให้คุณดาวน์โหลดข้อมูลเข้า Flash Drive ได้โดยตรง เพื่อรองรับการเก็บข้อมูลอีกรูปแบบ เวลาระบบอื่นๆ เสีย
  • เชื่อมเครือข่ายระหว่างกันได้ง่ายสะดวกสบาย : เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) สามารถทำงานร่วมกันกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) อื่นๆ ได้อย่างเป็นระบบ กรณีเป็นบริษัทใหญ่ หรือมีหลายสาขา ข้อมูลเชื่อมต่อกันได้ง่าย คำนวณได้ง่ายไม่ยุ่งยาก และเป็นระบบระเบียบ
  • รองรับการพัฒนาสู่ระบบคลาวด์ : เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ในยุคปัจจุบันมีการสร้างจุดเชื่อมต่อหรือเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อระบบต่างๆ ที่เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น เพื่อรองรับการเข้าสู่ระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่กำลังเป็นเทรนด์นิยมที่กำลังมาได้อย่างยอดเยี่ยม

เทรนด์ใหม่ของการยืนยันตัวตนในระบบองค์กร

เทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างว่องไวมากและมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดรวดเร็วทุกวัน นอกจากจะมีตัวเลือกทางเทคโนโลยีที่มากมายขึ้นเรื่อยๆ แล้วหนึ่งในข้อดีของยุคนี้ก็คือมีการประยุกต์เทคโนโลยีไปใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ได้รวดเร็วขึ้น สร้างประโยชน์ได้หลากหลายขึ้น และกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นสำหรับการประยุกต์เทคโนโลยีทันสมัยมาใช้งานกับระบบองค์กรก็คือการบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานนี่ล่ะ ซึ่งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดจนการยืนยันตัวตนในระบบดิจิตอลนั้นกำลังกลายเป็นอรรถประโยชน์มากมายหลากหลายด้านขึ้น ซึ่งนี่คือเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาสำหรับการบันทึกชั่วโมงทำงานของพนักงานเลยทีเดียว

  • สแกนลายนิ้วมือผ่านสมาร์ทโฟน (Finger Scanner on Smartphone & Digital Device) : อันที่จริงต้องบอกว่าระบบสแกนนิ้วนั้นเกิดขึ้นก่อนสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ แต่มีการนำเอาระบบสแกนลายนิ้วมือไปใช้กับสมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว แล้วระบบสแกนลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟนนี้ก็กำลังจะกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรอีกครั้งด้วยการมาทดแทนหรือเสริมเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่บริษัท ซึ่งระบบสแกนลายนิ้วมือผ่านสมาร์ทโฟนนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ (Cloud System) ได้โดยตรงด้วย และสามารถสแกนได้ทุกที่สะดวกทุกเวลา ทำให้สามารถเสริมทัพให้กับการบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และปัจจุบันมีการผลิตโปรแกรมตลอดจนแอปพลิเคชั่น (Program & Application) ขึ้นมารองรับมากมายด้วยเช่นกัน
  • สแกนใบหน้าผ่านสมาร์ทโฟน (Face Scanner on Smartphone & Digital Device) : เทคโนโลยีสแกนใบหน้านั้นก็มาก่อนสมาร์ทโฟนเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์และนำไปใช้ประโยชน์กับสาร์ทโฟนที่มีศักยภาพดีเยี่ยม เป็นการระบุตัวตัวแบบเฉพาะบุคคลได้ละเอียดขึ้นไปอีก แล้วในปัจจุบันก็มีการนำเอาระบบสแกนใบหน้าผ่านสมาร์ทโฟนนี้มาใช้กับการบันทึกเวลาการทำงานผ่านระบบคลาวด์ (Cloud System) เช่นเดียวกันกับระบบสแกนลายนิ้วมือผ่านสมาร์ทโฟนเช่นกัน นับว่าเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคลตลอดจนองค์กรอย่างยิ่ง

การมาของการบันทึกการทำงานผ่านระบบคลาวด์ (Cloud System) กับคำถามที่ว่าแล้วเครื่องสแกนลายนิ้วมือยังจะสะดวกและจำเป็นอยู่หรือเปล่า

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการเข้ามาของระบบคลาวด์ (Cloud System) ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานในหลายๆ ฝ่ายของอค์กรนั้นถือเป็นข้อดีอย่างมากที่ช่วยอำนวยความสะดวกและเอื้อประโยชน์ให้กับองค์กรอย่างมหาศาลเลยทีเดียว แล้วหนึ่งในนั้นก็คือระบบบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานในองค์กรนั่นเอง ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีตลอดจนโปรแกรมและแอปพลิเคชั่นต่างๆ เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ (Cloud System) เพื่อรองรับการบันทึกเวลาการทำงานไปจนถึงการทำงานต่างๆ ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้บุคลากรในองค์กรสะดวกขึ้นด้วยเช่นกัน

หากถามว่าเมื่อการบันทึกเวลาการทำงานผ่านระบบคลาวด์ (Cloud System) เข้ามานั้นเครื่องสแกนลายนิ้วมือแบบดั้งเดิมยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่ ถ้าวิเคราะห์กันตามตรงแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้ทั้งสองด้านคือยังคงจำเป็นอยู่และไม่มีความจำเป็นแล้วก็ได้ สำหรับองค์กรที่มีขนาดเล็กและต้องการประหยัดงบประมาณรวมถึงไม่ซีเรียสในเรื่องการบันทึกเวลาก็อาจปรับเปลี่ยนมาใช้การบันทึกเวลาผ่านสมาร์ทโฟนของพนักงานแทนได้ แต่สำหรับองค์การขนาดใหญ่ที่ยังคงซีเรียสเรื่องการบันทึกเวลาทำงานนั้นการมีอุปกรณ์ไว้รองรับที่หลากหลายอาจเอื้อประโยนช์ให้กับพนักงานในหลากหลายด้านมากกว่า และสามารถมีหนทางแก้ปัญหาได้เพิ่มขึ้น หรือรองรับการเกิดปัญหาได้หลากหลายด้าน แล้วเครื่องบันทึกเวลาผ่านการสแกนลายนิ้วมือก็ยังสามารถทำงานร่วมกับการสแกนในรูปแบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประยุกต์การใช้งานตามแต่ละองค์กรด้วยเช่นกัน

บทสรุป

การบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานนั้นยังคงเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับองค์กรอยู่ในหลากหลายด้าน แต่การปรับเปลี่ยนวิธีการบันทึกข้อมูลให้ทันสมัย ก้าวหน้า ก้าวตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงพฤติกรรมของคนยุคใหม่ได้ทัน ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายด้วยเช่นกัน

การพัฒนาเครื่องมือตลอดจนเทคโนโลยีเพื่อรองรับตรงจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเพราะมันสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กรได้หลากหลายด้าน และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการบันทึกชั่วโมงการทำงานของพนักงานนั้นก็คือระบบการยืนยันตัวตนนั่นเอง ซึ่งก็แน่นอนว่าระบบสแกนลายนิ้วมือ (Finger Scanner) ตลอดจนระบบสแกนใบหน้า (Face Scanner) ยังถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการบันทึกเวลามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพียงแต่อาจจะพัฒนารูปแบบจากเดิมที่ใช้เครื่องสแกนโดยเฉพาะ สู่เครื่องมือที่สะดวกง่ายดาย และมีอรรถประโยชน์ขึ้นอย่างสมาร์ทโฟนนั่นเอง แต่ถึงอย่างไรทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ก็ยังสามารถใช้งานร่วมกันได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

อย่างไรก็ดีการมาของระบบคลาวด์ (Cloud System) นั้นถือเป็นเรื่องดีสำหรับองค์กรและทุกฝ่ายของบริษัท รวมถึงฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ที่จะเอื้อประโยชน์ในการทำงานอย่างมหาศาลรวมถึงเรื่องระบบการบันทึกเวลาการทำงานของพนักงานด้วยที่เทรนด์ยุคปัจจุบันจะปรับเปลี่ยนให้มีการบันทึกเวลาการทำงานที่สะดวกรวดเร็วขึ้น และสามารถเก็บข้อมูลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงคำนวณข้อมูลได้ว่องไวและแม่นยำมากขึ้นด้วยเช่นกัน องค์กรต่างๆ จึงควรนำทุกสิ่งทุกอย่างมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรเพื่อสร้างศักยภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับองค์กรด้วยเช่นกัน

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!

บทความที่เกี่ยวข้อง