หลักการบริหารแบบองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)

ประเด็นสำคัญ
  • หัวใจสำคัญของ องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ก็คือการที่บุคลากรต้องมีการบริหารจัดการตนเอง (Self-Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นจะทำให้องค์กรขับเคลื่อนได้อย่างมีศักยภาพ
  • คุณลักษณะสำคัญของ องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ก็คือการพร้อมรับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ยึดติดอยู่กับระบบระเบียบเดิมๆ จนเกินไป พร้อมปรับสู่การพัฒนาที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา
  • องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) มักจะชอบเป็นนักสร้างสรรค์ ตอลดจนนักนวัตกรรมที่ชอบสร้างสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง ไปจนถึงระบบการทำงานที่ทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีองค์ความรู้ใหม่อย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับหลักการบริหารองค์กรที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างไม่คาดคิดมาก่อน หลักการที่ว่านี้ก็คือ “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” ที่มีการแบ่งลักษณะองค์กรออกเป็น 5 สี ซึ่งมีพัฒนาการที่แตกต่างกันอันเป็นลักษณะขององค์กรที่เห็นได้ชัดเจน

กำเนิด Teal Organization
หลักการ “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” นี้เป็นการแปลความหมายในภาษาไทยให้เรียกง่าย ไพเราะ และเข้าใจชัดเจนกว่าการแปลคำว่า Teal ให้ตรงตัวว่าหมายถึง “สีเขียวหัวเป็ด” ซึ่งประเด็นในการถกเถียงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ก็เป็นประเด็นในระดับนานาชาติเช่นกันถึงการนิยามและแปลความออกมาเป็นคำว่า Teal หรือ Sapphire ดี แต่ถึงอย่างไร Teal Organization ก็เป็นคำที่มาจากต้นฉบับและมีความหมายโดยนัยของมันที่นักเขียนจงใจจะใช้คำนี้
.
นักเขียนคนที่ว่านี้ก็คือ Frederic Laloux ที่โด่งดังในระดับสากลขึ้นมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่หนังสือ Reinventing Organizations ของเขาตีพิมพ์ในปี ค.ศ.2014 ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนถึงการปฎิวัติองค์กรยุคใหม่โดยได้นำเสนอผลการศึกษาองค์กรที่มีรูปแบบการบริหารจัดการเป็นของตนเองที่ไม่เหมือนใครถึง 12 องค์กรด้วยกัน แล้วหนึ่งในองค์ความรู้ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในหนังสือเล่มนี้ก็คือหลักการ “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” นั่นเอง

แล้วเมื่อปี ค.ศ.2018 ที่ผ่านมานี้หลักการ “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” ก็เพิ่งจะถูกเผยแพร่ในญี่ปุ่นผ่านการตีพิมพ์หนังสือ Reinventing Organization เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น จะทำให้หลักการบริหารนี้กลายเป็นประเด็นฮ็อตที่ถูกพูดถึงในญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก องค์กรของคนรุ่นใหม่ก็นำไปใช้ปฎิบัติตาม รวมถึงองค์กรรุ่นเก่าก็นำมาเปรียบเทียบรวมถึงปรับองค์กรของตนเองให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น ส่วนในเมืองไทยเองถึงแม้ว่าองค์ความรู้นี้จะยังใหม่มากสำหรับบ้านเรา แต่ก็เริ่มมีการพูดถึง “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่คนยุคใหม่ที่เริ่มปฎิวัติตนเองให้มีระบบการบริหารที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวของตนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เรามาลองดูกันดีกว่าว่า “องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization)” นั้นจะมีความน่าสนใจอย่างไรกันบ้าง

องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) คืออะไร

องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) เป็นชื่อที่ใช้อธิบายถึงหลักการ 5 ลำดับขั้นของความตระหนักรู้ในมนุษย์ (Human Consciousness) และตำแหน่งขององค์กรที่อยู่ในชั้นต่างๆ ซึ่งจะมีการพัฒนาองค์กรไปในลำดับต่างๆ ตามสีต่างๆ ได้เช่นกัน การนำสีเหล่านี้มาอธิบายนั้นอ้างอิงมาจากชาร์ตสีของ Ken Wilber นักจิตวิทยาชื่อดังนั่นเอง ซึ่งลำดับขั้นและสีต่างๆ รวมถึงการตีความหมายดังนี้

Evolutionary Levels of an Organization (Frederic Laloux)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference) : Tom on Leadership

https://tomonleadership.com/2016/10/18/how-to-build-an-evolved-organization/

Red (Impulsive) – สีแดง : องค์กรสุนัขป่า

องค์กรในลักษณะนี้อันที่จริงเป็นองค์กรยุคโบราณที่ถือกำเนิดมาเป็นหมื่นปีแล้ว องค์กรแบบนี้ไม่มีการแบ่งแรงงานตลอดจนการสั่งการที่ชัดเจน ใช้รางวัลและการลงโทษเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆ ในทางที่ต้องการ แต่ข้อดีก็คือมันสามารถกระตุ้น หรือเร้าให้เกิดการกระทำได้ไวและได้ผลดีเยี่ยม เร่งเร้าให้เกิดปฎิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสำหรับการกระตุ้นเฉพาะเวลา รวมถึงมักมีผลในระยะสั้นๆ เท่านั้น จึงต้องกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ องค์กรลักษณะนี้บางครั้งก็กระตุ้นด้วยความหวาดกลัว หรือการวางอำนาจเหนือกว่า ไม่มีกฎตายตัวชัดเจน เป็นกฎตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ เป็นการปกครองให้อยู่รอดไปวันต่อวัน ไม่มีการวางแผนระยะยาว เอาตัวรอดเฉพาะหน้า

+ ตัวอย่างองค์กร : องค์กรลักษณะนี้ก็ได้แก่แก๊งค์นักเลง, แก๊งค์มาเฟีย, กองโจร, ชนกลุ่มน้อย เป็นต้น

Amber (Conformist) – สีอำพัน : องค์กรแห่งนักรบ

องค์กรในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาราว 4,000 กว่าปีก่อนเห็นจะได้ เกิดขึ้นในช่วงที่มนุษย์เปลี่ยนสู่ยุคเกษตรกรรม มีการตั้งถิ่นฐานชัดเจน เริ่มทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง และเริ่มมีการบริหารจัดการชุมชนของตนเกิดชึ้น เริ่มมีการวางแผนในระยะยาวเกิดขึ้น มีการปกครองเพื่อให้เกิดระบบระเบียบ และให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขทุกคน รวมถึงปกป้องพวกพ้องจากภัย การจัดการนี้จะคล้ายกับลักษณะของกองทัพ มีกฎระเบียบและกระบวนการที่ชัดเจน เกิดตำแหน่งของการปกครองขึ้น มีหัวหน้าเผ่า และผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง แทนการบังคับหรือขู่ให้กลัว มีการมองผลประโยขน์ในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น มีกระบวนการต่างๆ ที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน และมักเคารพกรอบ กฎ กติกา อย่างเคร่งครัด ไม่กล้าออกนอกกรอบใดๆ เชื่อในขนบเดิมๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ยึดถือในสิ่งที่เคยปฎิบัติกันมา

+ ตัวอย่างองค์กร : องค์กรลักษณะนี้ก็ได้แก่กองทัพทหาร, หน่วยงานรัฐ, สถาบันการศึกษา, องค์กรศาสนา เป็นต้น

Orange (Achievement) – สีส้ม : องค์กรแห่งจักรกล

องค์กรในลักษณะนี้เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นมาในยุคที่มนุษย์พัฒนาสู่ยุคอุตสหากรรม ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แน่นอน ปริมาณมาก ใส่ใจในผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ และยึดติดในผลสำเร็จ ใส่ใจในประสิทธิภาพของการทำงาน และผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ ปรับตัวในเรื่องกระบวนการผลิตได้ไว รู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะหวังผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม และสร้างผลกำไรที่งดงามนั่นเอง องค์กรนี้จะขับเคลื่อนด้วยยอดขาย ผลกำไร การแข่งขันทางธุรกิจ โดยมักไม่ใส่ใจในทรัพยากรมนุษย์เท่าที่ควร แต่จะมุ่งใส่ใจในผลิภัณฑ์หรือผลผลิตเป็นหลักมากกว่า องค์กรในลักษณะนี้เป็นต้นกำเนิดขององค์กรสมัยใหม่ในยุคปัจจุบัน และถือเป็นองค์กรส่วนใหญ่ที่มีอยู่มากที่สุดในโลกทุกวันนี้

+ ตัวอย่างองค์กร : โรงงานอุตสาหรกรรม, บริษัทเอกชน, บริษัทข้ามชาติ เป็นต้น

Green (Pluralistic) – สีเขียว : องค์กรแบบครอบครัว

องค์กรในลักษณะนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบขององค์กรยุคปัจจุบันที่นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และมักปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดจนพัฒนาตนเองมาจากองค์กรสีส้มเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะโลกในยุคปัจจุบันนั้นหันมาให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นปัจจัยและตัวแปรสำคัญที่จะทำให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือประสบความสำเร็จแบบไร้ขีดจำกัดได้ และมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตตลอดจนสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี การส่งเสริมคุณภาพที่ชีวิตที่ดีจะช่วยส่งเสริมศักยภาพในการทำงานได้ด้วย ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เช่นกัน และนั่นก็อาจทำให้เกิดผลผลิตตลอดจนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้เกินคาดอย่างไม่น่าเชื่อ ที่อาจจะได้ผลกำไรดีกว่าองค์กรแบบสีส้มเสียด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นทรัพยากรมนุษย์ก็เป็นปัจจัยที่แปรผันได้ง่ายเช่นกัน และควบคุมได้ยาก ไม่มีอะไรการันตีได้ชัดเจนว่าการให้ความสำคัญในสิ่งนี้จะประสบความสำเร็จเสมอไป หรือได้ผล 100% แต่การให้ความสำคัญกับมนุษย์ด้วยกันก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ และเป็นการดูแลพนักงานให้อยู่ดีมีสุข ทำงานให้กับองค์กรได้ไปนานๆ ไม่มีปัญหาเรื่องแรงงาน เป็นต้น องค์กรในลักษณะนี้จะไม่ได้ยึดถือเงินเป็นพระเจ้าเสมอไป เพราะเงินไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่องแล้วในยุคนี้ ฉะนั้นการใส่ใจพนักงานในองค์กรในรูปแบบต่างๆ จึงมีความจำเป็น เน้นการดูแลเอาใจใส่ และใส่ใจคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อองค์กร มีการให้คุณค่า และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ รับฟังความคิดเห็นของทุกคน มีการตั้งเป้าหมายร่วมกัน และตัดสินใจร่วมกันทั้งองค์กรโดยยึดหลักทุกคนนั้นเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกัน แต่ก็จะมีการแบ่งตำแหน่งบริหารที่ชัดเจน เคารพหน้าที่ซึ่งกันและกัน รับผิดชอบหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด และมีการขับเคลื่อนบริหารองค์กรอย่างเป็นระบบระเบียบ แต่ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน

+ ตัวอย่างองค์กร : บริษัทเอกชนสมัยใหม่, บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีชั้นนำหลายๆ องค์กร, องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน, องค์กรวิถียั่งยืน, องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

Teal (Evolutionary) – สีเทอร์ควอยซ์ : องค์กรแบบระบบนิเวศสมบูรณ์แบบ

องค์กรในลักษณะนี้มีลักษณะคล้ายกับยุคที่ยังไม่มีการปกครองแบบองค์กรเกิดขึ้นนั่นคือคล้ายกับหลักระบบนิเวศในธรรมชาติ คล้ายกับลักษณะองค์กรที่มีชีวิต ในขณะเดียวกันมันก็ยังถือเป็นการบริหารองค์กรรูปแบบใหม่ที่เอาข้อดีหลายๆ อย่างมาร่วมกัน เพื่อสร้างระบบการบริหารองค์กรขึ้นเป็นของตนเองไม่เหมือนใคร ไม่มีกฎระเบียบชัดเจนตายตัว แต่จะมีการสร้างกฎระเบียบของตนขึ้นมาให้เกิดความเหมาะสมให้มากที่สุด ไม่มีการปกครองโดยลำดับขึ้นหรือแบ่งตำแหน่ง แต่จะฝึกให้ทุกคนเป็นหัวหน้าตนเอง บริหารงานได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกันด้วย ไม่จำเป็นต้องมีผู้จัดการ ไม่จำเป็นต้องมี CEO แต่ทุกคนมีอำนาจหน้าที่เหล่านั้นอยู่ในตัวหมด ใช้ความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่ มีการปรึกษาหารือ พูดคุยกันอย่างละเอียดชัดเจน จัดการได้ง่าย ปฎิบัติได้ไว ไม่ต้องรอขั้นตอนหรือการตัดสินใจต่างๆ ให้ยุ่งยาก ทำให้บุคลากรคล่องตัว บริษัทเดินไปข้างหน้าได้ไว

ทุกคนมีส่วนสำคัญกับองค์กรเช่นเดียวกันกับองค์กรสีส้ม และให้ความสำคัญกับบุคลากรเช่นเดียวกับองค์กรสีเขียว แต่จะทำงานได้คล่องตัวและไวกว่า เพราะมีการให้เกียรติและเคารพอำนาจซึ่งกันและกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ทำงานรูปแบบใหม่ๆ ได้ ทดลองวิธีการใหม่ๆ เปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูก หรือยอมรับความล้มเหลว นำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อลุกขึ้นเดินหน้าใหม่ได้อีกครั้ง องค์กรลักษณะนี้อาจจะล้มบ่อย แต่มีประสบการณ์สูง และเมื่อถึงเวลาก้าวจะก้าวหน้าได้ไวมาก และสร้างผลสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน ทุกคนมีอิสระในการคิด การเสนอแนะ การปฎิบัติการ รวมถึงการแย้ง ไม่เห็นด้วย ตลอดจนแนะนำการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ลักษณะจึงคล้ายกับระบบนิเวศสมบูรณ์แบบที่ไม่มีใครเป็นหัวหน้าใคร ทุกคนเป็นหัวหน้าตัวเอง ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง มีสิทธิ์ที่จะเติบโตได้อย่างอิสระ ไม่เอาเปรียบรังแกกัน ในขณะที่ทุกชีวิตก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันและมีส่วนช่วยทำให้ป่านี้สมบูรณ์เติบโต เหมือนกับองค์กรที่เติบโตด้วยพลังของทุกคนนั่นเอง องค์กรลักษณะนี้จะชอบการปฎิวัติสิ่งใหม่ๆ ชอบนวัตกรรม ชอบการแก้ปัญหา ชอบค้นคว้าทอดลอง ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ชอบการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ชอบการพัฒนา ชอบการปรับปรุง และรักในการเป็นนักสร้างสรรค์

+ ตัวอย่างองค์กร : บริษัทของคนยุคใหม่, บริษัทสตาร์ทอัพ, ธุรกิจ SMEs ต่างๆ, Online & Social Media Business, องค์กรด้านสร้างสรรค์ของรัฐ, สถาบันการศึกษาทางเลือก, บริษัทเอกชนที่ต้องการสร้างวิถีของตนเอง เป็นต้น

อย่างไรก็ดีในบางครั้งก็มีการแบ่งสีเทอร์ควอยซ์แยกจากสีเขียวหัวเป็ดอย่างชัดเจนและละเอียดขึ้นอีกครั้ง หรือบางครั้งก็มีการรวมสองสีนี้รวมกันมาเป็นสีเดียวไปเลย แต่หัวใจขององค์กรของทั้งสองสีนั้นก็คือหัวใจเดียวกัน นั่นคือหัวใจของนักปฎิวัติ นักพัฒนา นักนวัตกรรม ตลอดจนนักสร้างสรรค์ ที่รวมตัวกันอยู่ภายในบุคลากรทุกคนในองค์กรนี้ และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จอย่างไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรค์ใดๆ

ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์ไปในอีกแนวทางว่า อันที่จริงแล้วองค์กรในทุกวันนี้ต่างก็เป็นองค์กรที่อาจมีหลายสีผสมอยู่ภายในองค์กรเดียวกัน องค์กรส่วนใหญ่มักไม่แบ่งตามสีใดสีหนึ่งอย่างชัดเจน เพราะทุกองค์กรต่างก็มีการปรับตัวและพัฒนาตามยุคสมัยทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าองค์กรนั้นจะให้ความสำคัญกับการบริหารองค์กรของตนอย่างไร มีหลักการส่วนใหญ่ยืนอยู่บนสีไหนเป็นหลัก และนำสีไหนมาเสริมให้เป็นประโยชน์ ซึ่งหากมองในแง่ดีแล้วก็คือการคัดเลือกที่สิ่งทีที่สุดของแต่ละอย่างนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรนั่นเอง ที่สำคัญทรัพยากรมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ไม่มีทางเหมือนกัน แต่ละคนมีความแตกต่าง และเป็นปัจจัยที่ไม่เที่ยงตรง แปรผันได้ตลอดเวลา ดังนั้นการปรับตัวตามบุคลากรที่แต่ละองค์กรมีก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะบางอย่างอาจจะเหมาะกับการบริหารบุคลากรอีกแบบหนึ่ง แต่บางคนก็เหมาะกับการบริหารอีกรูปแบบหนึ่ง หรือการผสมผสานให้เหมาะสมกับบุคลากรขององค์กรให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดที่องค์กรจะได้รับนั่นเอง

อะไรคือข้อบ่งชี้หรือแสดงจุดเปลี่ยนผ่านของแต่ละขั้น

องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) มีการแบ่งลำดับขั้นตอนเป็น 5 สีใหญ่ๆ ดังที่ได้เสนอไปแล้ว หากถามว่าอะไรคือขอบเขตของการนิยาม หรือข้อบ่งชี้คุณลักษณะของแต่ละสีที่เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงได้ชัดเจนที่สุด รวมถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับการขยับจากสีหนึ่งพัฒนาไปสู่อีกสีหนึ่ง ซึ่งสามารถยึดหลักเกณฑ์ได้ดังนี้

โซนสี ข้อบ่งชีคุณลักษณะ / จุดเปลี่ยนผ่าน
แดง

(Red)

การแบ่งลำดับการปกครอง (Division of Labor), การใช้อำนาจควบคุมจากบนลงล่าง (Top-down authority)
อัมพัน (Amber) กระบวนการการทำซ้ำในรูปแบบเดิมอย่างสม่ำเสมอ (Replicable Processes), มีโครงสร้างองค์กรที่มั่งคงชัดเจน (Stable Organization Chart)
ส้ม (Orange) มีนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation), มีภาระรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ (Accountability), มีคุณธรรมตลอดจนมนุษยธรรม (Meritocracy)
เขียว (Green) มีการเสริมสร้างและส่งเสริมกำลังใจ (Empowerment), ขับเคลื่อนองค์กรด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กัน (Values-driven Culture), มีคุณค่าทางผลประโยชน์ร่วมกัน (Stakeholder Value)
เทอร์ควอยซ์ (Teal) มีการบริหารจัดการตนเองได้โดยไม่ต้องขึ้นตรงต่อใคร (Self-management), มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี (Wholeness), มีเป้าหมายในการปฎิวัติตลอดจนพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้น (Evolutionary Purpose)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference) : Workology

https://workology.com/what-is-a-teal-organization/

เราจะสร้างองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ขึ้นได้อย่างไร

เทรนด์ขององค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และมีหลายองค์กรยุคใหม่ต่างหันมาสร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการตลอดจนสร้างสรรค์ระบบบริหารของตนเองขึ้นให้มีความเฉพาะตัว หากใครที่อยากจะสร้างองค์กรให้เป็นสีเทอร์ควอยซ์ หรืออยากผสมผสานสีนี้เข้าไปในองค์กรดั้งเดิมของคุณบ้างไม่มากก็น้อยควรจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง

  • 1.เปิดรับความคิดเห็นที่แปลกใหม่และแตกต่าง : การเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่างจากฐานความคิดเดิมๆ ตลอดจนเปิดยอมรับความคิดเห็นใหม่ๆ เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) เลยทีเดียว เพราะเรื่องบางเรื่องเราอาจจะยังไม่เคยรู้หรือเคยทดลองทำมาก่อน บางเรื่องเป็นการฉีกกฎหรือรูปแบบขององค์กรเดิมๆ ตามสีอื่นๆ หากเรากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นใหม่ๆ หรือไม่กล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ก็ยากที่จะปรับตัวเองให้เข้าสู่องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ได้
  • 2.รักการสร้างสรรค์ ชอบการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ : คุณลักษณะเด่นขององค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ที่เราสัมผัสกันได้ชัดเจนก็คือความต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างจริงจังและจริงใจ หากมีความคิดแบบนี้แรงกล้าก็มักไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงหรือพร้อมรับมือต่อสู้กับทุกอุปสรรค์และสถานการณ์ที่เข้ามา ทำให้สนุกกับการที่จะคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมา อยากที่จะสร้างนวัตกรรมขึ้นมาแก้ปัญหาต่างๆ หรือเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานและโลกใบนี้
  • 3.มีการจัดการตนเองได้ดี (Self-Management) : อีกหนึ่งคุณลักษณะสำคัญขององค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ก็คือการที่ทุกคนสามารถจัดการตนเองได้ ทำงานบริหารตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีหัวหน้าหรือการจัดการแบบระบบอำนาจมาครอบงำ และต้องให้ความเคารพผู้อื่น ไม่เอาเปรียบผู้อื่น รวมถึงยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ด้วย เมื่อทุกคนรับผิดชอบตัวเองได้ ทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ และส่งเสริมการพัฒนาองค์กรร่วมกันได้ ก็จะเกิดการทำงานแบบองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
  • 4.ให้ความเคารพผู้อื่น : การให้ความเคารพผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำงานที่ไม่มีระบบผู้จัดการหรือระบบหัวหน้ามาดูแล การให้เกียรติซึ่งกันและกันจะทำให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงการเคารพในความคิดและไอเดียของคนอื่นด้วย เมื่อเราเกิดการให้เกียรติซึ่งกันและกันก็จะเกิดการทำงานที่เอื้อประโยชน์ต่อกันได้ในที่สุด
  • 5.ยืดหยุดในระบบการทำงาน : องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) มักมีระบบการทำงานที่ไม่เหมือนกับองค์กรทั่วไป ตลอดจนอาจจะสร้างระบบทำงานใหม่ขึ้นมาเป็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันองค์กรในลักษณะนี้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงระบบทำงานใหม่ตลอดเวลาเช่นกัน พัฒนาสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือทดลองการทำงานตลอดจนการบริหารใหม่ๆ ดู เพื่อเรียนรู้และพัฒนาองค์กรไปในตัว หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนไปในแต่ละวันแต่ละปีให้มากที่สุด ดังนั้นคนที่จะพัฒนาตนเองสู่องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) จะต้องมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตนเองให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสนุกกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่
  • 6.สร้างระบบการทำงานของตนให้แข็งแกร่ง : องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ที่ดีจะต้องมีการบริหารตนเองที่มีประสิทธิภาพด้วย เพราะจะไม่มีใครเข้ามาก้าวก่ายการทำงานหรือบริหารงานของคุณเอง หากบริหารในส่วนของตนไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้เกิดผลเสียองค์รวมต่อองค์กรได้ เสมือนฟันเฟืองหนึ่งที่บกพร่อง ก็ย่อมทำให้การขับเคลื่อนทั้งองค์กรมีปัญหา เพราะทุกคนต่างก็เป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กร
  • 7.มีสันชาติญาณและทักษะในการแก้ปัญหาที่ดี : องค์กรที่ต้องบริหารจัดการตนเองเป็นหลักนั้นย่อมต้องการคนที่มีสันชาติญาณตลอดจนทักษะในการแก้ปัญหาที่ดี เพราะคุณจะต้องรับผิดชอบในส่วนของตนเองให้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันผู้ที่มีทักษะในการแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยมก็มักจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นในการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว ทันท่วงทีเช่นกัน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาในองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 8.เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีการประสานงานที่ดี : หากบุคลากรในองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และไม่มีการประสานงานกันที่ดีและเป็นระบบ องค์กรนั้นก็อาจไม่ต่างจากการแค่มานั่งทำงานร่วมกันในที่เดียวกันเฉยๆ อาจเป็น Co-Working Space มากกว่าเป็น Teal Organization ก็ได้ การที่ทุกคนรับผิดชอบต่อศักยภาพและงานของตนให้ดีที่สุดนั้นคือคุณสมบัติที่ดี แต่หากถ้าทุกคนร่วมมือกันได้ดี ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน รับผิดขอบส่วนของตนให้ดีที่สุด พร้อมช่วยเหลือคนอื่นไปในตัว และร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) แข็งแกร่งนั่นเอง
  • 9.ไม่หยุดพัฒนา ไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ : จิตวิญญาณขององค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) คือการไม่หยุดอยู่กับที่ ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตอลดจนนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมเสมอๆ ดังนั้นคนที่เหมาะกับองค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) ก็คือคนที่ชอบพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยากเห็นอะไรดีขึ้น และไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และอยากที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอๆ เรียนรู้สิ่งที่ไม่คุ้นเคย และนำมาใช้ประโยขน์กับตนเองให้ได้
  • 10.ไม่ยึดติดกับความสำเร็จจนเกินไป และไม่จมอยู่กับความล้มเหลวจนย่ำแย่ : องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) จะรักการเรียนรู้ รักการลองผิดลองถูกอยู่เสมอ รักการเปลี่ยนแปลง รักการทดลองสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นจะมีโอกาสพบกับความล้มเหลวหรือผิดหวังแน่นอน เพราะการทดลองในสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำ ย่อมเกิดความผิดพลาดได้ แต่หากเกิดความผิดพลาด และล้มเหลว ก็อย่าจมอยู่กับความทุกข์จนย่ำแย่ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และใช้ความล้มเหลวมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ลุกขึ้นสู้ใหม่ และก้าวไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ในขณะเดียวกันก็อย่ายึดติดกับความสำเร็จมากจนเกินพอดี ซึ่งอาจทำให้เกิดอีโก้และการไม่ยอมรับคนอื่นได้ ให้ยินดีกับความสำเร็จ และก้าวหน้าต่อไป ซึ่งเราอาจจะพัฒนาสิ่งอื่นให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ หรือหากมีคนอื่นที่พัฒนาได้ดีกว่าก็ต้องยอมรับ และพัฒนาของตนเองให้ดีขึ้นให้ได้ มีความสำเร็จในวันนี้ ก็ย่อมต้องมีความสำเร็จในวันหน้าอื่นๆ ที่รออยู่ เช่นเดียวกันกับมีความล้มเหลวในวันนี้ ก็มีความล้มเหลวอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องเผิญ และความสำเร็จกับความล้มเหลวนั้นก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป

บทสรุป

องค์กรสีเทอร์ควอยซ์ (Teal Organization) เป็นหลักการบริหารองค์กรยุคใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเกิดการปฎิวัติทางวิชาชีพ (Career Disruption) ขนานใหญ่ทั่วโลกทำให้ทุกอย่างเกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมากมายทั้งองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรขนาดเล็ก การปรับเปลี่ยนรูปแบบในการบริหารองค์กรให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงโลกตลอดจนให้เหมาะสมกับคนยุคใหม่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ แล้วแน่นอนว่าทรัพยากรมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่สุดของบริษัท คือกุญแจแห่งความสำเร็จขององค์กร ที่หากมีการบริหารงานบุคคลที่ดีและเหมาะสม ปรับใช้ให้ถูกต้อง เข้ากับยุคสมัย และการพัฒนาของโลกใบนี้ ก็ย่อมสร้างความสำเร็จให้กับทุกองค์กรได้แน่นอน

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!