เคลัดลับมัดใจบุคลากรคนเก่ง (Secrets of Talent Management)

ประเด็นสำคัญ
  • เคล็ดลับมัดใจคนเก่งและมีพรสวรรค์ (Talent) นั้นไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยในการรักษาให้คนเหล่านี้อยู่ร่วมกับองค์กรได้นานที่สุด
  • คนเก่งและมีพรสวรรค์ (Talent) มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ องค์กรที่จะรักษาคนเหล่านี้ให้ร่วมงานได้ควรจะต้องมีการส่งเสริมให้เขาได้พัฒนาศักยภาพอยู่เสมอเช่นกัน อาจเป็นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ หรือส่งเสริมให้เรียนรู้และฝึกฝนในทักษะใหม่ๆ
  • การบริหารจัดการคนเก่งและมีพรสวรรค์ (Talent) ที่ดี จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรไปในตัว สร้างแบรนด์องค์กรให้เป็นที่จดจำ สร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น และทำให้คนที่มีความสามารถอื่นๆ อยากมาร่วมงานกับองค์กร ทำให้องค์กรมีโอกาสได้พนักงานที่เก่งและมีพรสวรรค์เสมอ

การที่องค์กรได้คนเก่งที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานกับองค์กรนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานและการประสบความสำเร็จเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญต่อไปก็คือระบบการทำงานและการบริหารจัดการตลอดจนการดูแลเอาใจใส่พนักงานขององค์กรที่จะทำให้ผู้ที่มีความสามารถเหล่านี้ตลอดจนพนักงานทุกคนจะสามารถทุ่มเททำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่ หรือเกิดความรักองค์กรได้หรือไม่ ตลอดจนสามารถอยู่ร่วมทำงานได้ในระยะยาวในที่สุด

ดังนั้นการที่จะรักษาพนักงานให้คงอยู่ได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับคนที่มีความสามารถทั้งหลายที่องค์กรจะมีวิธีมัดใจอย่างไรให้เขาเหล่านั้นอยากทำงานกับองค์กร และเกิดความจงรักภักดีในที่สุด และนี่คือเคล็ดลับที่อาจใช้มัดใจคนที่มีพรสวรรค์ (Talent) เหล่านั้นได้อยู่หมัด

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมถึงกระบวนการองค์รวมของการบริหารจัดการคนที่มีความสามารถตลอดจนคนที่มีพรสวรรค์ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

การบริหารจัดการคนเก่งในองค์กร (Talent Management)

กลยุทธ์มัดใจบุคลากรคนเก่ง (Strategy of Talent Management)

การรักษาคนเก่ง คนมีพรสวรรค์ ตลอดจนคนมีความสามารถให้ทำงานให้กับองค์กรในระยะยาวได้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นต่อองค์กรอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นเคล็ดลับในการทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ก็ยังทำให้องค์กรตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ไม่ต้องปวดหัวกับการสรรหาพนักงานใหม่บ่อยๆ ตลอดจนทำเอกสารหรือแก้ข้อมูลต่างๆ อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเรื่องจุกจิกเหล่านี้หากมีปริมาณมากและถี่ก็ทำให้เสียเวลาและเกิดความยุ่งยากในการทำงานได้เช่นกัน ดังนั้นการรักษาคนเก่ง คนมีพรสวรรค์ให้ทำงานร่วมกับบริษัทได้นานที่สุดจึงมีความสำคัญ แล้วเคล็ดลับในการมัดใจในยุคนี้นั้นก็ไม่ใช่เพียงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียวที่จะดึงดูดใจให้คนเก่งคนมีพรสวรรค์อยู่กับองค์กรได้ หากแต่มีปัจจัยอีกมากมายที่จะช่วยมัดใจคนเหล่านี้ให้อยากร่วมงานกับองค์กรได้นานที่สุดเช่นกัน

การมีเป้าหมายในการพัฒนาเงินเดือน (Targeting of Developing Salary)

ถึงเรื่องเงินจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่ก็ถือเป็นปัจจัยที่ละเอียดอ่อนที่สุดที่ควรต้องใส่ใจเช่นกัน คนที่มีความสามารถและมีพรสวรรค์นั้นมักชอบการท้าทาย ชอบการเอาชนะเป้าหมาย ชอบที่จะมีความก้าวหน้า องค์กรอาจจะมีวิธีมัดใจคนเหล่านี้ได้ด้วยการตั้งเป้าหมายพัฒนาเงินเดือนให้กับคนเหล่านี้ เป้าหมายนี้อาจไม่ใช่ขั้นของการขึ้นเงินเดือนมาตรฐานเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ควรเป็นเป้าหมายเฉพาะรายบุคคลไป และควรมีอัตราพิเศษที่เหมาะสมกับความสามารถของบุคคลนั้น และมีระยะเวลาที่ชัดเจน รวมถึงไม่ควรนานจนเกินไป เพื่อให้เกิดแรงพลักดันในการทำงานได้อีกทางหนึ่งด้วย อาจเป็นรายไตรมาส หรืออาจกำหนดเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่ระยะเวลา อย่างเช่น ยอดขาย, ยอดสมาชิก, การทำงานสำเร็จตามที่มอบหมาย เป็นต้น หากบรรลุเป้าหมายก็สามารถพัฒนาเรตเงินเดือนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ ซึ่งก็จะเป็นการให้คุณค่าในการทำงานอีกรูปแบบหนึ่งที่จะมัดใจคนเหล่านี้ได้ดีทีเดียว ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการทำงานที่ยอดเยี่ยมได้อีกทางหนึ่ง

สวัสดิการพิเศษเฉพาะบุคคล (Special Benefits)

แน่นอนว่านอกจากกลยุทธ์เรื่องเงินเดือน อีกกลยุทธ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานแต่ก็สามารถนำมาใช้มัดใจคนที่เก่งและมีความสามารถได้เช่นกัน หลายองค์กรเลือกมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้สำหรับคนที่มีพสวรรค์หรือความสามารถเพื่อใช้มัดใจให้คนเหล่านั้นเกิดความพึงพอใจกับการดูแลขององค์กร สิทธิพิเศษก็อย่างเช่น รถประจำตำแหน่ง, อุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัย, ห้องทำงานส่วนตัว, ประกันสุขภาพชั้นพรีเมี่ยม, ตลอดจนตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นการสร้างสรรค์สวัสดิการที่ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรจะมอบให้

ระบบการทำงานแบบโปรเจกต์ (Project Base Working)

คนที่มีความสามารถและมีพรสวรรค์มักเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่ายหากงานนั้นไม่ท้าทายหรือไม่ได้แสดงความสามารถใดๆ องค์กรอาจแก้ไขปัญหานี้ด้วยระบบการทำงานแบบโปรเจกต์ (Project Base Working) แทน เพื่อให้เกิดการทำงานใหม่ๆ ตลอดเวลา ถึงแม้จะเป็นงานในลักษณะเดิมก็ตาม หรือเป็นงานในลักษณะใหม่ไปเลย

ระบบการทำงานแบบโปรเจกต์นี้อาจถาวรหรือชั่วคราวก็ได้ ถ้าเป็นระบบถาวรก็อาจให้ทำงานเป็นแต่ละโปรเจกต์ไป โดยเมื่อจบโปรเจกต์นั้นๆ ก็จะมีโปรเจกต์ใหม่เข้ามา อาจท้าทายเพิ่มด้วยการสามารถให้เลือกทำตำแหน่งหรือสายงานอื่นๆ ด้วยก็ได้ หรือการมีโปรเจกต์เป็นครั้งคราว โดยที่ทุกคนมีตำแหน่งงานประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโปรเจกต์พิเศษก็จะเรียกทุกคนมารับผิดชอบโปรเจกต์ร่วมกัน โดยให้แต่ละคนรับหน้าที่ที่เหมาะสมกับความสามารถ ซึ่งอาจเป็นการทำงานร่วมกับกับแผนกอื่นด้วยก็ได้ หรือบางครั้งโปรเจกต์พิเศษนี้ก็จะขึ้นสำหรับท้าทายกลุ่มผู้ที่มีความสามารถโดยเฉพาะ คัดสรรคนที่มีพรสวรรค์มาทำงานร่วมกัน ก็จะเป็นความท้าทายใหม่ๆ ตลอดจนสร้างโอกาสงานใหม่ๆ ไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ รวมถึงพัฒนาตนเองได้อีกทางหนึ่งด้วย

สร้างตำแหน่งงานใหม่ (New Position)

การสร้างตำแหน่งใหม่ๆ ขึ้นในองค์กร เป็นการท้าทายความสามารถ และสร้างความแตกต่างให้กับผู้ที่มีความสามารถได้ ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าในการทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว ตำแหน่งใหม่นี้ควรเป็นตำแหน่งที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในองค์กร หรือเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีมาก่อนบนโลก ซึ่งอาจใช้จูงใจตั้งแต่การคัดสรรคนที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงานกับองค์กร หรือไม่ก็อาจสร้างขึ้นเพื่อท้าทายและมอบหมายให้คนที่มีความสามารถในองค์กรมารับตำแหน่งใหม่นี้ก็ได้ ทำให้เขาเกิดการพัฒนาศักยภาพได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาทักษะและการพัฒนาตนเองในรูปแบบต่างๆ (Activities and Classes of Development)

องค์กรควรส่งเสริมคนที่มีความสามารถให้ได้พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา อาจส่งไปฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม ทั้งทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน และทักษะใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ มีโปรแกรมการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ รองรับ ซึ่งองค์กรอาจจะจัดขึ้นเอง หรืออาจส่งไปฝึกฝนนอกองค์กรก็ได้ นอกจากคนที่มีความสามารถและพรสวรรค์จะได้พัฒนาตนเองแล้ว เขาก็ยังสามารถนำประโยชน์นี้มาพัฒนาองค์กรได้ในคราวเดียวกันด้วย ก็จะเป็นการได้ประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การพัฒนาศักยภาพผู้นำและทักษะในการบริหารจัดการ (Improving Leader Potential and Management Skills)

หลายองค์กรส่งเสริมพนักงานที่มีความสามารถด้วยการมอบตำแหน่งตลอดจนส่งตัวไปอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้นำและทักษะในการบริหารจัดการ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาตนเองที่สำคัญอย่างหนึ่ง องค์กรควรส่งเสริมด้วยการคัดสรรคอร์สการพัฒนาศักยภาพผู้นำตลอดจนทักษะในการบริหารจัดการที่ดี และส่งเสริมให้คนที่มีความสามารถทั้งหลายได้พัฒนาตนเอง เมื่อเขาเกิดการพัฒนาตนเองก็จะนำกลับมาใช้ในการบริหารงานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย และเป็นเคล็ดลับความสำเร็จขององค์กรในขั้นต่อไปนั่นเอง

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพในการเป็นผู้นำได้ที่บทความด้านล่างนี้

การเป็นผู้นำที่ดีในยุคดิจิตอล (How to be a good leader in Digital Age)

ท้าทายด้วยรางวัล (Awards Challenge)

รางวัลในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมอบรางวัลให้กับพนักงาน ซึ่งนั่นอาจเป็นมาตรฐานปกติขององค์กรที่เป็นระบบสำหรับใช้กับพนักงานทุกคนทุกระดับ แต่รางวัลในที่นี้หมายถึงรางวัลจากการแข่งขันนั่นเอง อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าคนที่มีพรสวรรค์ตลอดจนคนที่มีความสามารถทั้งหลายชอบที่จะพัฒนาตนเอง แสดงฝีมือ ตลดอจนชอบการเอาชนะเป้าหมาย รวมถึงชอบการแข่งขันด้วยเหมือนกัน องค์กรควรท้าทายคนเหล่านี้ด้วยรางวัลที่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการแสดงศักยภาพของคนเหล่านี้ได้ดีเยี่ยม การท้าทายด้วยรางวัลนั้นมีตั้งแต่รางวัลภายในองค์กรเอง ไปจนถึงรางวัลจากนอกองค์กรด้วย รวมถึงรางวัลจากเวทีการแข่งขันกันทางธุรกิจที่ต้องแข่งกันกับคู่ค้าหรือคู่แข่งทางธุรกิจทั้งหลาย ตลอดจนรางวัลในระดับสากลที่ส่งเสริมและชื่นชมความสามารถของผู้มีพรสวรรค์และองค์กรที่มีศักยภาพ

หากเป็นรางวัลภายในอาจตั้งเป้าหมายให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของคนที่มีความสามารถทั้งหลายให้เอาชนะด้วยการทำงานให้ประสบความสำเร็จ หากเป็นการแข่งขันภายนอกองค์กรแล้วก็อาจตั้งเป้าหมายการทำงานด้วยการคว้ารางวัลมาให้ได้ หรือในอีกทางหนึ่งก็คือหากไม่มีการแข่งขันใดๆ แต่องค์กรก็สามารถส่งผลงานของตนเพื่อเข้ารับคัดเลือกรางวัลในเวทีต่างๆ ภายหลังได้เช่นกัน เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในการทำงานและตัวองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

ส่งเสริมให้มีชื่อเสียง (Well-known person)

หลายองค์กรยุคใหม่เริ่มใช้กลยุทธ์นี้ในการสร้างคุณค่าให้กับคนในองค์กร โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถทั้งหลายองค์กรอาจส่งเสริมให้มีชื่อเสียงขึ้น ทั้งส่งเสริมให้เป็นโฆษกขององค์กร, เป็น Speaker ไปจนถึงวิทยากรต่างๆ, เป็น Spoke Person ขององค์กรที่คอยถ่ายทอดข้อมูลและภาพลักษณ์ขององค์กร, ตลอดจนส่งเสริมให้ออกสื่อต่างๆ, และสร้างชื่อเสียงให้กับการทำงาน เป็นต้น ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าได้ดีอีกวิธีหนึ่ง และได้รับผลประโยชน์กลับมาสู่องค์กรด้วย

ท้าทายด้วยธุรกิจใหม่ๆ (New Business Challenge)

องค์กรยุคใหม่นี้มักมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจหลากหลายรูปแบบเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมหรือไม่ก็ทำธุรกิจใหม่ๆ ไปเลย ซึ่งนั่นเป็นข้อดีขององค์กรและเป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนที่มีความสามารถทีเดียว คนที่มีความสามารถ มีพรสวรรค์ มักจะมีความรับผิดชอบสูงตามไปด้วย หากเขามีคุณสมบัติเหล่านี้ก็อาจท้าทายคนเหล่านี้ด้วยธุรกิจใหม่ๆ ทั้งอาจเป็นการขยายฐานตลาดจากธุรกิจเดิม แต่เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ หรือการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ไปเลย สร้างภาระกิจในการทำงานใหม่ ตลอดจนสร้างการบริหารงานใหม่หมด การได้ทำอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจจะทำให้คนที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถไม่เกิดความเบื่อหน่าย รู้สึกได้พัฒนาตัวเอง และรู้สึกก้าวหน้าในการทำงานอีกด้วย แล้วยิ่งเลือกคนเก่งมาทำงานให้ตรงนี้ องค์กรก็อาจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นไปอีก ก็จะยิ่งทำให้เกิดความก้าวหน้า และทำให้คนเก่งเหล่านี้เกิดความภาคภูมิใจ มีคุณค่า ทำให้เกิดความอยากร่วมงานกับองค์กรไปนานๆ

ความสำเร็จ V.S. ความล้มเหลว
แน่นอนว่าการเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ นั้นมีความเสี่ยง ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้ความกล้าด้วย นอกจากจะมองความสำเร็จอันงดงามแล้ว องค์กรก็ควรเผื่อใจไว้ให้กับความล้มเหลวด้วย เตรียมใจรวมถึงคาดการณ์งบประมาณที่สามารถรองรับความล้มเหลวไว้ได้ ตลอดจนระยะเวลาของช่วงแรกที่จะประเมินผลความสำเร็จของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่

หากเกิดความล้มเหลวขึ้นจริง และเห็นแล้วว่าทุกคนเต็มที่กับการทำงานอย่างแท้จริง ก็อย่าโทษ โยนความผิด ว่ากล่าว หรือตำหนิกับคนที่มีความสามารถเหล่านั้น เพราะทางบริษัทให้โอกาสในการทำงานครั้งนี้ แต่ควรมานั่งคิด วิเคราะห์ ถกกันถึงปัญหา หาจุดบอด ข้อบกพร่อง ตลอดจนวิธีแก้ไขปัญหา จึงจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ในทางตรงกันข้ามองค์กรก็ควรให้กำลังใจกันและกันในการล้มครั้งนี้ และส่งเสริมกำลังใจในการลุกขึ้นก้าวสู่ใหม่ ซึ่งอาจเป็นพลังที่สำคัญในการเอาชนะอุปสรรค์ตลอดจนสร้างความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในครั้งหน้าได้

ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working System)

องค์กรยุคใหม่หลายๆ องค์กรเริ่มปรับระบบทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น โดยเฉพาะเป็นกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการจ้างงานคนที่เก่งและมีความสามารถตลอดจนมีพรสวรรค์ในการทำงาน ระบบทำงานที่ยืดหยุ่นก็อย่างเช่น Remote Working สามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ หรือ Meeting Appointment เข้ามาเฉพาะวันที่มีการประชุม หรือ Flexible Timing Record สามารถเข้า-ออกงานได้ตามความสะดวก หรือ ให้เลือกได้ว่าจะเป็น Full Time / Part Time เป็นต้น ซึ่งตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้คนเหล่านี้สามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนได้ และบริหารเวลาเพื่อมอบประโยชน์ให้กับองค์กรได้อย่างดีที่สุดเช่นกัน

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นได้ที่บทความด้านล่างนี้

ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working System) สำหรับองค์กรยุคอนาคต

คุณค่าที่องค์กรจะได้รับประโยชน์จากการได้คนที่มีความสามารถมาร่วมงาน

 

มีประโยชน์มากมายที่เกิดขึ้นเมื่อเราได้คนที่มีความสามารถม่ารวมงานกับองค์กร ซึ่งประโยชน์นี้มีหลากหลายมิติ และมีคุณค่าต่างๆ นานาอีกด้วย

  • เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน : แน่นอนว่าคนที่มีความสามารถจะมีโอกาสทำงานได้ดีกว่า เมื่อเขาได้แสดงความสามารถก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานขึ้นได้ และหากมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมก็จะทำให้องค์กรเกิดการประสบความสำเร็จในที่สุด
  • มีการแก้ไขปัญหาที่ดีและทันท่วงที : เมื่อระบบการทำงานยอดเยี่ยม การทำงานมีประสิทธิภาพ จะส่งเสริมให้เกิดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน หาข้อบกพร่องและปรับปรุงอยู่เสมอ รวมถึงเมื่อเกิดปัญหาก็อุดรอยรั่วได้ทัน และแก้ไขได้ทันท่วงทีด้วย
  • ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี : เมื่อองค์กรเต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถและองค์กรให้ความสำคัญต่อคุณค่าในความสามารถอย่างจริงจังนั้น จะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมตลอดจนบรรยากาศในการทำงานที่ดี มีความกระตือรือร้นในการทำงาน เกิดการแข่งขันกันที่ดีในเชิงบวกซึ่งส่งเสริมการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอเนื่องจากการให้โอกาสขององค์กรด้วยนั่นเอง เมื่อสภาพแวดล้อมการทำงานดีก็ย่อมส่งเสริมให้คนภายนอกอยากมาร่วมงานด้วย อยากมาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีศักยภาพ
  • องค์กรมีชื่อเสียง ได้รับความน่าเชื่อถือ : เมื่อองค์กรประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้องค์กรมีชื่อเสียง สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี ทำให้มีคนอยากมาร่วมงานกับองค์กรมากขึ้น
  • สร้างแบรนด์ให้กับองค์กรได้ยอดเยี่ยม : การคัดสรรคนที่มีความสามารถตลอดจนคนที่มีพรสวรรค์เข้ามาร่วมงานกับองค์กรอย่างเป็นระบบระเบียบและเป็นกิจลักษณะถือเป็นวิธีการสร้างแบรนด์ให้กับองค์กรได้อีกวิธิหนึ่งเช่นกัน ทำให้คนภายนอกมององค์กรในภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ทำให้คนที่มีความสามารถอื่นๆ อยากมาสมัครงานและร่วมงานกับองค์กรในที่สุด
  • เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างสม่ำเสมอ : เมื่อองค์กรคัดสรรคนที่มีความสามารถและพรสวรรค์เข้ามาร่วมทำงาน และต้องสร้างกลยุทธ์ต่างๆ ในการรักษาพนักงานเหล่านี้ไว้อย่างสม่ำเสมอ หากมองในภาพรวมทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาตนเองตลอดเวลาไปพร้อมกันด้วย ไม่ย่ำอยู่กับที่ และสร้างสิ่งท้าทายใหม่ๆ ให้กับองค์กรเสมอเช่นกัน รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรอย่างสม่ำเสมอ ทำให้องค์กรก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ และพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง
  • สร้างโปรไฟล์ที่ดีให้กับองค์กร : องค์กรที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้เสมอๆ นั่นเป็นการสะสมผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมถึงการคว้ารางวัลต่างๆ ได้สำเร็จจากเวทีการแข่งขันด้านธุรกิจต่างๆ ซึ่งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันประสิทธิภาพตลอดจนศักยภาพขององค์กรได้อีกทางหนึ่ง และสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรได้ด้วย รวมถึงเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้คนที่มีความสามารถอยากมาร่วมงานกับองค์กรที่ประสบความสำเร็จ
  • สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับองค์กร : คนที่มีความสามารถตลอดจนคนที่มีพรสวรรค์มักจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอ ตั้งแต่วิธีการทำงาน, ระบบการบริหารงาน, ผลิตภัณฑ์ใหม่, รวมถึงธุรกิจใหม่ด้วย หรือองค์กรเองก็สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้เพื่อท้าทายคนที่มีความสามารถได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นทำให้องค์กรมีสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาด้วยเช่นกัน
  • ผลประกอบการยอดเยี่ยม ผลกำไรดีงาม : แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วองค์กรที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นย่อมทำให้ผลประกอบการขององค์กรยอดเยี่ยม และแน่นอนเช่นกันว่ามันจะส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ที่ดี และตามมาด้วยผลกำไรที่ดีงามต่อองค์กร และผลประโยชน์นั้นก็จะส่งผ่านไปสู่ผู้ที่มีศักยภาพในการทำงานด้วยเช่นกันให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตลอดจนมีสวัสดิการพิเศษที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

บทสรุป

การที่เราได้คนเก่ง มีพรสวรรค์ และมีความสามารถมาร่วมงานนั้นว่ายากแล้ว แต่การรักษาให้เขาอยู่กับองค์กรในระยะยาวได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า แต่สิ่งที่ยากนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ หากองค์กรใส่ใจ ตั้งใจ รวมถึงให้ใจกับการมัดใจบุคลากรเหล่านี้อย่างจริงจังมันกลับกลายเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพชึ้นได้ และท้ายที่สุดแล้วตัวองค์กรนั่นเองเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไปในที่สุด

การที่จะดูแลรักษาให้คนที่เก่งและมีพรสวรรค์ทำงานให้กับองค์กรในระยะยาวได้นั้นปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยมากที่จะช่วยรักษาให้คนเหล่านี้ร่วมงานกับองค์กรได้ตลอดไป ซึ่งเคล็ดลับดังกล่าวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องตายตัวเสมอไป บางองค์กรอาจมีเคล็ดลับเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมกว่านี้ รวมถึงมีการสร้างเคล็ดลับใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอในการที่จะดึงคนเก่งและคนมีความสามารถมาร่วมงานกับองค์กรได้ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการปรับตัวขององค์กรแต่ละองค์กรให้เหมาะสมกับตนด้วยนั่นเอง แต่หากสามารถบริหารบุคลากรที่เก่งและมีพรสวรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดึงดูดใจให้ทำงานให้กับองค์กรได้ ก็จะเป็นเคล็ดลับสำคัญสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!