VR x HR | ความสามารถของ VR เมื่อนำมาใช้ในการฝึกอบรม

ojt

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา VR เริ่มได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในวงการเกมส์และภาพยนตร์ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าในวงการธุรกิจเองก็มีการนำ VR เข้ามาปรับใช้ในการอบรมเหมือนกัน

บทความในครั้งนี้ เราขอเสนอ ประโยชน์จาก VR ในการนำมาใช้กับวงการธุรกิจ รวมไปถึงวิธีที่จะนำ VR ไปใช้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการจัดการองค์กรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

VR AR และ MR คืออะไร

ก่อนอื่นถ้าเอ่ยชื่อ VR, AR และ MR พร้อมกันเชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นเคยกับ VR มากที่สุดเพราะพบเจอได้บ่อยตามสถานที่ต่างๆหรือในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แล้ว AR และ MR ล่ะ คืออะไร มีความแตกต่างจาก VR อย่างไร เราจะมาแนะนำทั้งสามสิ่งนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

VR คือ

VR หรือ Virtual Realty คือ การใช้เทคโนโลยีจำลองภาพดิจิทัลกราฟิกเสมือนจริงขึ้นมา โดยที่โลกเสมือนจริงนี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับโลกแห่งความเป็นจริงแต่อย่างใด สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในนั้นคือแว่นตาที่สามารถช่วยให้ได้สัมผัสกับโลกแห่งจินตนาการ เปรียบเสมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ยังมีความสามารถในการโต้ตอบ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้อีกด้วย

AR คือ

AR หรือ Augmented Reality คือ การใช้เทคโนโลยีสร้างภาพดิจิทัลกราฟิกให้ทับซ้อนอยู่บนสภาพแวดล้อมของโลกจริง แต่ไม่ได้มีการตอบสนองซึ่งกันและกัน ถ้ามีก็อยู่ในระดับที่น้อยมาก เช่น เราอยู่ในห้อง มีสิ่งของวางอยู่ เมื่อเราใช้อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AR สิ่งของต่างๆ ในภายห้องจะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่อาจจะมีภาพจำลอง 3 มิติขึ้นมาให้เราได้ชม

เทคโนโลยีตัวนี้จริงๆ แล้วมีให้เห็นทั่วๆ ไปพอๆ กับ VR เพียงแค่เราอาจจะไม่ได้สังเกต เช่น อยู่ใน Application ของสมาร์ทโฟน หรือเกมส์ที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง Pokemon GO ก็ใช้ AR ทำให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินไปกับการตามล่าโปเกม่อนตามสถานที่ต่างๆ

MR คือ

MR หรือ Mixed reality คือ การนำเทคนิคการนำภาพดิจิทัลกราฟิกมาซ้อนทับกับสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างสมจริง สามารถตอบสนองซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบและยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้ สามารถพูดได้ว่าถ้า AR คือการซ้อนทับกันระหว่างสองโลก MR ก็คือการรวมกันระหว่างสองโลกนั่นเอง

ในปัจจุบันเทคโนโลยี MR ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายเช่น การฝึกบินในวงการการบิน การซ้อมผ่าตัดในวงการแพทย์ ระหว่างผ่าตัดแพทย์สามารถรู้ขั้นตอนการผ่าตัดเพียงหยิบเครื่องมือขึ้นมาหรือข้อมูลการเต้นของหัวใจคนไข้แบบเรียลไทม์ได้ และการออกแบบรูปทรง 3 มิติแบบต่างๆ เป็นต้น

การนำ VR มาใช้ในงาน HR

ทุกวันนี้ในต่างประเทศได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาปรับใช้กับงานของ HR มากขึ้น  VR ก็เป็นหนึ่งในนั้น เรามาดูกันว่า VR สามารถนำมาใช้กับงาน HR ด้านใดได้บ้าง

การสรรหาและการจ้างงาน

การสรรหาบุคลากรที่ดีและเหมาะสมตรงกับตำแหน่งเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่าย HR

และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในสมัยนี้ ทำให้การหาบุคลากรที่ตรงตามความต้องการเป็นเรื่องที่ง่าย
ในต่างประเทศมีบริษัทหลายแห่งที่เริ่มนำเทคโนโลยี VR เข้ามาปรับใช้กับการสรรหาพนักงานใหม่

โดยการสรรหาจะเริ่มที่ฝ่าย HR จะใช้ VR ในการสัมภาษณ์ ซึ่งโดยปกติเราจะพูดคุยหรือสอบถามผู้สมัครถึงเหตุผลในการสมัครงานนี้ ดูแนวคิด หรือทัศนคติ รวมไปถึงความสามารถของเขาว่าเหมาะสมกับการทำงานในตำแหน่งนี้หรือไม่ แต่บางทีแค่การถามตอบอาจจะไม่เพียงพอให้ตัดสินใจ ฝ่าย HR จึงใช้ VR มาช่วยให้ผู้สมัครได้ทดลองทำงานผ่านโลกเสมือนจริง เพื่อจะได้รู้ว่าในการทำงานจริง เขาจะทำงานเป็นอย่างไร คนๆนี้มีคุณสมบัติเหมาะที่จะทำในตำแหน่งนี้จริงๆ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้สมัครมีความรู้สึกสนุกและเข้าใจการทำงานมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนำ VR เข้ามาใช้ ยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายมากนักเพราะราคาและอาจจะยังไม่ตอบความต้องการมากเท่าที่ควร เป็นไปได้ที่ความนิยมการนำ VR เข้ามาใช้กับการสรรหาบุคลากรจะลดลงและถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AR

การฝึกอบรม

นอกจากการสรรหาบุคลากรแล้วอีกงานหนึ่งที่สำคัญของฝ่าย HR คือ การฝึกอบรมและพัฒนา

การนำเทคโนโลยี VR เข้ามาใช้ในการฝึกอบรมมีความแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบันนี้ เช่น การฝึกบินของนักบิน การฝึกผ่าตัดของแพทย์ หรือการฝึกอบรมนักดับเพลิง เป็นต้น

เหตุผลที่หลายๆ บริษัทมีการนำเข้ามาใช้นั้นก็เพราะว่า เทคโนโลยี VR เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่จะทำให้พนักงานได้เจอกับสถานการณ์เสมือนจริงในการทำงาน ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่าง การติดต่อลูกค้า หรือ สถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจจะเจอได้ในการทำงาน เป็นต้น

นอกจากนั้นการฝึกเหล่านี้จะช่วยพัฒนาทักษะในการทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังทำให้พนักงานมีความพอใจและสนใจในงานมากขึ้นด้วย

VR จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการฝึกอบรมขององค์กร

จากการใช้เทคโนโลยี VR ในการฝึกอบรมทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทต่างๆจึงเริ่มให้ความสนใจกับเทคโนโลยีนี้

Derek Belch, CEO ของ STRIVR ผู้ให้บริการระบบการฝึกอบรมและการเรียนรู้โดยใช้ VR กล่าวว่า การใช้ VR สามารถทำให้การฝึกอบรมมีประสิทธิภาพและผลลัพธ์เพิ่มขึ้นได้

ผลของการฝึกอบรมจาก ‘ปัญหาของ Starbuck’

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สตาร์บัคส์ในฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อมีลูกค้าผิวสีถูกแจ้งจับในข้อหาบุกรุกจากพนักงานเนื่องจากเขามานั่งรอเพื่อนในร้านและขอเข้าห้องน้ำโดยไม่ได้สั่งเครื่องดื่ม

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความไม่พอใจและเกิดการแบนสตาร์บัคส์ทั่วสหรัฐอเมริกา จนนาย Kevin Johnson CEO ของสตาร์บัคส์ต้องออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการปิดร้านสตาร์บัคส์ทั่วสหรัฐอเมริกาในวันที่ 29 พฤษภาคม เพื่อจัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับอคติทางเชื้อชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานเรียนรู้ว่าการกระทำแบบไหนที่ถือว่ามีอคติด้านสีผิว รวมถึงวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ เพื่อให้ลูกค้าร้านสตาร์บัคส์ได้รับการต้อนรับที่ดีขึ้น

แต่ก็เกิดข้อสงสัยว่าการฝึกอบรมดังกล่าวมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

การฝึกอบรมของบริษัทหลายแห่ง ไม่ใช่การฝึกอบรมจริง

สตาร์บัคส์ มีการฝึกอบรมพนักงานที่เข้มงวดมากตั้งแต่รับพนักงานเข้ามา

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าการฝึกอบรมที่จัดขึ้นจะได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

Derek จึงกล่าวว่าในหลายๆ บริษัท ‘มีการอบรมที่ไม่ใช่การอบรม’ บริษัทหลายๆ แห่งใช้แค่คลิปวิดีโอบรรยายในการอบรม และอีกหลายๆ วิธีที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่านี้ควร

ดังนั้น VR จึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้การอบรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ผู้รับการอบรมได้แสดงความสามารถของตัวเองออกมามากขึ้น

การจำลอง ฝึกฝน และทำซ้ำ

Derek ได้กล่าวไว้ว่า การจำลอง ฝึกฝน และทำซ้ำ เป็นเรื่องสำคัญ

การฝึกอบรมด้วย VR เป็นการฝึกที่ทำให้สามารถใช้การฝึกอบรมแบบนี้ได้ทุกที่ทุกเวลาในคุณภาพเดียวกัน และยังเป็นการฝึกที่ทำให้พนักงานมีความมั่นใจตอนเริ่มทำงานจริงและทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพของ VR โดยอิงคําพูดจาก เล่าจื๊อ

เล่าจื๊อ นักปราชญ์ชาวจีนได้กล่าวไว้ว่า :

ฉันได้ยินแล้วลืม

ฉันเห็นและจำได้

ฉันทำและเข้าใจ

เมื่อคนเราเรียนรู้บางสิ่ง ถ้าเราเพียงแค่ฟัง เราก็จะลืมเรื่องนั้นไปในเวลาไม่นาน ถ้าเพียงแค่ดูก็แค่จำได้แต่ไม่ได้เข้าใจ การจะเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของเรื่องนั้นจริงๆ เราต้องเริ่มด้วยการลงมือทำและเราจะเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้

ในการฝึกอบรมก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่ฟัง หรือดูอย่างเดียว ควรลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อให้เข้าใจกระบวนการของงานได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกอบรม

การฝึกอบรมพนักงานนั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การสัมมนา การอบรมผ่านวิดีโอ หรือการอบรมแบบตัวต่อตัว

ถ้าอบรมด้วยการบรรยายหรือผ่านวิดีโอ เมื่อไปปฏิบัติงานจริง ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจจะยังมีบางเรื่องที่พนักงานไม่เข้าใจและไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

อีกด้านหนึ่ง หากอบรมด้วย OJT (On The Job Training) หรือฝึกแบบตัวต่อตัว ประสิทธิภาพในการทำงานจริงอาจจะสูงแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก

ในบางครั้ง บริษัทจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะเลือกลดค่าใช้จ่ายในการอบรม หรือเลือกที่จะจัดอบรมพนักงานให้ดีที่สุดแทน หากตัดสินใจได้แล้วก็นำวิธีที่ได้ไปกำหนดวิธีฝึกอบรมที่เหมาะสมกับบริษัทของตัวเองต่อไป

VR เหมาะสมกับการฝึกอบรมในปัจจุบันนี้

Derek บอกว่า VR จะเข้ามามีบทบาทในการฝึกอบรมพนักงานมากขึ้น เพราะเชื่อว่าการอบรมที่ดี ต้องมีค่าใช้จ่ายน้อยแต่ได้ผลลัพธ์ดี

ดังนั้น VR จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดในการจัดการฝึกอบรมที่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายและให้ผลลัพธ์แก่พนักงานจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้

เหมือนกับคำกล่าวของเล่าจื๊อ ที่ให้เน้นการปฏิบัติจริงมากกว่าฟัง หรือดูจากทฤษฎี เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้ VR

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงได้เห็นข้อดีของการใช้ VR ในการอบรมพนักงานมากขึ้น เราจึงอยากแนะนำบริษัทที่ในปัจจุบันได้เริ่มนำ VR เข้ามาใช้จริงกันบ้างแล้ว

Walmart

Walmart บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลกได้ติดตั้ง แว่น VR Oculus Go กว่า 17,000 ตัวเพื่อใช้ในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ หรือฝึกให้พนักงานสามารถรับมือกับลูกค้าในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เป็นต้น

การจำลองสถานการณ์ต่างๆให้พนักงานได้เรียนรู้วิธีทำงาน จะทำให้เมื่อถึงเวลาจริง พนักงานจะสามารถแก้ไขปัญหาตรงหน้าได้รวดเร็วขึ้น เช่น หากเจอสถานการณ์ที่มีลูกค้าเยอะ ควรจะแก้ไขปัญหาตรงหน้าอย่างไร เป็นต้น

KFC

KFC ได้มีการทำเนื้อหาที่ใช้ใน VR สำหรับการฝึกอบรมพนักงานโดยเฉพาะ เพื่อให้พนักงานที่เข้ามาใหม่ได้เรียนรู้สูตรและวิธีทอดไก่ของ KFC ได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนั้นยังใช้เกมส์ให้พนักงานได้เล่นในการฝึกอบรมอีกด้วย โดยในเกมส์ ถ้าพนักงานคนไหนทอดไก่ออกมาไม่ตรงตามสูตรก็จะไม่ได้ออกจากห้อง โดยที่ภายในห้องจะตกแต่งด้วยรูปภาพของผู้พันแซนเดอส์ (ผู้ก่อตั้ง KFC) และมีบรรยากาศที่น่าขนลุก จนอาจจะทำให้พนักงานที่ยังทอดไก่ตามสูตรไม่ได้ สติลอยกันเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็นการฝึกที่เต็มไปด้วยการเอนเตอร์เทนและมีความกดดันพอสมควร

JetBlue

สายการบินราคาประหยัดเจ็ตบลู แอร์เวย์ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้นำเทคโนโลยี VR เข้ามาปรับใช้ในการฝึกอบรม

โดยปกติงานในสายการบินจะต้องมีการฝึกซ้อมจริงอยู่แล้ว แต่บางครั้งในการฝึกช่างซ่อมบำรุงอากาศยานก็เน้นไปที่การฝึกด้วยทฤษฏีมากจนเกินไป จนเหมือนเป็นการฝึกอบรมที่ให้ผู้อบรมได้แต่นั่งฟังเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นทางสายการบินจึงได้นำ VR เข้ามาปรับใช้เพื่อทำให้ผู้เข้ารับการฝึกได้เข้าใจถึงการทำงานและหน้าที่ของตนเองมากขึ้น

East Japan Railway Company

East Japan Railway Company เองก็มีการนำเทคโนโลยี VR เข้ามาใช้กับฝึกอบรมของพนักงาน

โดยให้พนักงานได้ลองฝึกรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานได้ อย่างเช่น อุบัติเหตุหรือผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น

เมื่อได้ลองฝึกผ่านโลกเสมือนจริงแล้ว ถึงเวลาไปเจอเหตุการณ์จริง จะทำให้พนักงานมีสติและสามารถหาทางรับมือแก้ไขปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้น

Human Life Care

บริษัท Human Life Care เองก็ได้นำเทคโนโลยี VR เข้ามาใช้ในการฝึกอบรมเพื่อดูแลคนไข้

โดยเฉพาะในการฝึกรับมือกับสถานการณ์เสี่ยงที่จะเกิดในผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้ดูแลได้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีและเป็นไปอย่างราบรื่น

ฝึกฝนจริงด้วย VR

การนำ VR เข้ามาปรับใช้กับการทำงาน จะทำให้ได้ผลลัพท์ที่แตกต่างจากการฝึกอบรมแบบอื่นแน่นอน

โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับการทำงานที่มักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เพราะในการทำงานจริง คงไม่มีใครสามารถฝึกฝนซ้ำๆ จนเข้าใจได้ แต่ด้วยเทคโนโลยี VR จะมาแก้ปัญหานั้น และทำให้พนักงานสามารถฝึกฝนรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!