ดรรชนีชี้วัดศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลของโลก (Global Talent Competitiveness Index) ประจำปี 2019

ประเด็นน่าสนใจ
  •  ไทยอยู่อันดับที่ 66  ในดรรชนีด้านศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลของโลก (Global Talent Competitiveness Index 2019) ก้าวขึ้นมาจากการจัดอันดับคราวที่แล้วที่อยู่ในลำดับที่ 70 และกลายเป็นที่ 4 ของอาเซียน
  • สวิตเซอร์แลนด์ คว้าอันดับ 1  ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ สิงคโปร์ (ที่ 1 ของอาเซียน) และอันดับ 3 คือ อเมริกา ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้ยังคงรักษาอันดับเดิมของครั้งที่แล้วไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
  • ยุคนี้ประเทศจะก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่ไม่ใช่เฉพาะในระดับแรงงานหรือพนักงานทั่วไป แต่ยุคนี้ ต้องใส่ใจในระดับผู้ประกอบการ ด้วย

เมื่อต้นปี ค.ศ.2019 ที่ผ่านมาได้มีการแถลงผลงานวิจัยชิ้นสำคัญหนึ่งของโลกซึ่งเป็นการวิจัยในด้านทรัพยากรบุคคลอย่าง Global Talent Competitiveness Index (GTCI) 2019 หรือ ดรรชนีศักยภาพในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลของโลก ซึ่งดรรชนีนี้เป็นการวัดผลประจำปีที่จัดทำขึ้นต่อเนื่องกันทุกปีเป็นครั้งที่ 6 แล้ว จัดทำโดยหน่วยงานที่ได้รับความน่าเชื่อถือที่นำโดย INSEAD สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจชั้นนำอันโด่งดังของโลก ที่ร่วมกับ The Adecco Group องค์กรด้านทรัพยากรมนุษย์ชั้นนำของโลกและ Tata Communications องค์กรด้านนวัตกรรมสื่อสารที่มีชื่อเสียงในระดับสากลเช่นกัน สำหรับผลการวิจัย Global Talent Competitiveness Index 2019 ในครั้งนี้นั้นได้มีการจัดอันดับออกมาเป็นสองหมวดใหญ่ๆ คือประเทศที่ทรัพยากรบุคคลมีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุด และเมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลในระดับโลก โดยการสำรวจและวิจัย GTCI 2019 ในครั้งนี้มีประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 125 ประเทศ และเมืองกว่า 114 เมือง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดอันดับคราวที่แล้ว GTCI 2018 ที่มีประเทศได้รับการจัดอันดับ 119 ประเทศ และเมือง 90 เมือง

Global Talent Competitiveness Index 2019 – Countries / การจัดอันดับประเทศทั่วโลก

ผลการวิจัย Global Talent Competitiveness Index 2019 ประเทศที่ทรัพยากรบุคคลมีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุดที่คว้าอันดับที่ 1 ไปครองในปีนี้ก็ได้แก่สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ตามมาติดๆ ด้วยอันดับ 2 ที่เพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนอย่างสิงคโปร์ (Singapore) ความไปครอง และอันดับ 3 ก็คือสหรัฐอเมริกา (USA) โดยทั้ง 3 ประเทศนี้ยังคงรักษาตำแหน่งเดิมของการจัดอันดับคราวที่แล้วไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ สำหรับประเทศไทยเองการจัดอันดับ GTCI คราวนี้คว้าลำดับที่ 66 มาครอง ซึ่งเป็นอันดับที่ดีขึ้นกว่า GTCI 2018 ในปีที่แล้วที่ไทยได้ลำดับที่ 70 ส่วนประเทศที่อยู่ท้ายตารางก็ได้แก่ เยเมน (Yemen) ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 125 นั่นเอง

Global Talent Competitiveness Index 2019 – Countries
อันดับ ประเทศ คะแนน
1 สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) 81.82
2 สิงคโปร์ (Singapore) 77.27
3 สหรัฐอเมริกา (USA) 76.64
4 นอร์เวย์ (Norway) 74.67
5 เดนมาร์ก (Denmark) 73.85
6 ฟินแลนด์ (Finland) 73.78
7 สวีเดน (Sweden) 73.53
8 เนเธอแลนด์ (Netherlands) 73.02
9 อังกฤษ (United Kingdom) 71.44
10 ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) 71.18
|

|

|
66 ไทย (Thailand) 38.62
|

|

|
125 เยเมน (Yemen) 11.97

 

Global Talent Competitiveness Index 2019 – AEC / การจัดอันดับประเทศในภูมิภาคอาเซียน

หากโฟกัสมาเฉพาะในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนนั้นแน่นอนว่าสิงคโปร์เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 ไปครอง โดยมีอันดับ 2 เป็นมาเลเซีย อันดับ 3 เป็นอินโดนีเซีย และอันดับ 4 เป็นของไทย นั่นเอง

Global Talent Competitiveness Index 2019 – AEC
อันดับในอาเซียน อันดับโลก ประเทศ คะแนน
1 2 สิงคโปร์ (Singapore) 77.27
2 27 มาเลเซีย (Malaysia) 58.62
3 58 ฟิลิปปินส์ (Philippines) 40.94
4 66 ไทย (Thailand) 38.62
5 67 อินโดนีเซีย (Indonesia) 38.61
6 91 ลาว (Lao PDR) 33.56
7 92 เวียดนาม (Vietnam) 33.41
8 107 กัมพูชา (Cambodia) 26.57

 

Global Talent Competitiveness Index 2019 – Cities / การจัดอันดับเมืองทั่วโลก

แต่หากโฟกัสลงไปที่ตัวเมืองแล้ว เมืองที่ถือว่าทรัพยากรบุคคลมีศักยภาพในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น อันดับ 1 ได้แก่ วอชิงตัน ดีซี (Washington, DC) สหรัฐอเมริกา (USA) ตามมาด้วยอันดับ 2 โคเปญเฮเกน (Copenhagen) ของเดนมาร์ก (Denmark) และอันดับ 3 ตกเป็นของออสโล (Oslo) นอร์เวย์ (Norway) นั่นเอง ส่วนชาติในเอเชียที่ทำอันดับได้สูงที่สุดในการจัดอับดับระดับเมืองนี้กลับตกเป็นของกรุงโซล (Seoul) เกาหลีใต้ (Korea, Rep.) ซึ่งคว้าอันดับ 10 ไปครอง

Global Talent Competitiveness Index 2019 – Cities

อันดับ

ประเทศ

คะแนน
1 วอชิงตัน ดีซี (สหรัฐอเมริกา) / Washington, DC (United States) 69.2
2 โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) / Copenhagen (Denmark) 68.0
3 ออสโล (นอร์เวย์) / Oslo (Norway) 66.1
4 เวียนนา (ออสเตรีย) / Vienna (Austria) 65.7
5 ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์) / Zurich (Switzerland) 65.5
6 บอสตัน (สหรัฐอเมริกา) / Boston (United States) 65.4
7 เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) / Helsinki (Finland) 65.0
8 นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) / New York (United States) 64.6
9 ปารีส (ฝรั่งเศส) / Paris (France) 63.5
10 โซล (เกาหลีใต้) / Seoul (Korea, Rep.) 62.7

 

สำหรับปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการจัดอันดับศักยภาพในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลในครั้งนี้มีอยู่หลากหลายปัจจัยด้วยกัน อาทิ ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถในระดับสากล (Global Knowledge Skills), ทักษะด้านสายวิชาชีพ (Vocational & Technical Skills), ปัจจัยส่งเสริมภายในชาติ, การพัฒนาคน, การรักษาพนักงานในแต่ละองค์กร, ตลอดจนความดึงดูดให้อยากมาร่วมงานด้วย เป็นต้น

 แหล่งข้อมูลอ้างอิง 

INSEAD (European Institute of Business Administration)

Source : https://www.insead.edu/news/2019-global-talent-competitiveness-index-nurturing-entrepreneurial-talent-identified-as-key-to-competitiveness

บทสรุป

ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกหันมาใส่ใจในศักยภาพและความสามารถของบุคคลมากขึ้น เพราะปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการส่งผลให้องค์กรหรือแม้แต่ธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ Global Talent Competitiveness Index (GTCI) 2019 นี้เป็นผลการศึกษาวิจัยด้านทรัพยากรบุคคลที่ทรงอิทธิพลของโลกที่มุ่งเน้นไปยังศักยภาพและความสามารถของบุคคลโดยเฉพาะซึ่งเป็นดรรชนีที่จะทำให้เราได้เห็นศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลของโลกในภูมิภาคต่างๆ ที่ส่งผลต่อขนาดเศรษฐกิจและการเติบโต

สำหรับประเทศไทยเองปีนี้อันดับใน GTCI 2019 นั้นขยับอันดับสูงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 66 (และมีค่าเฉลี่ยรวม 3 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ.2017-2019 อยู่ในลำดับที่ 59) ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าลำดับในปีที่ผ่านมา แต่หากเทียบกับศักยภาพทั้งโลกหรือแม้แต่ในภูมิภาคอาเซียนเองก็ยังถือว่าเป็นรองและต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดจนหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอีกมาก ซึ่งนั่นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจและองค์กรเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง รวมถึงประเทศพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นเป็นพิเศษในปีนี้นั้นไม่ใช่เฉพาะการต้องพัฒนาฝั่งแรงงาน หรือบุคคลากรในองค์กรเท่านั้น แต่หนึ่งหน่วยที่สำคัญมากๆ ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็คือการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในระดับผู้ประกอบการด้วย ซึ่งนั่นถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วยนั่นเอง

公式アカウントをフォローして毎日記事をチェック!